วันนี้ (27 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุ่งนาริมทางเปลี่ยวใน ตำบลทุ่งคอก จังหวัดสุพรรณบุรี แห่งนี้ คือที่ที่นักท่องเที่ยวสาวชาวบราซิลถูกคนขับแท็กซี่สีเขียวเหลืองล่อลวงมาขืนใจ เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยต้องโทษคดีข่มขืนมาแล้วถึง 2 ครั้ง เมื่อปี 2551 และปี 2554
การก่อคดีซ้ำของผู้ต้องหาที่เพิ่งพ้นโทษลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก หากย้อนไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็พบว่ามีอีกหนึ่งคดีคือคดีฆ่าปาดคอครูสาว ในจ.สระบุรี ซึ่งเหตุการณ์นี้ผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษคดีข่มขืนมาได้เพียง 10 เดือน
นายนัทธี จิตสว่าง ที่ปรึกษาพิเศษสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย มองว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุซ้ำลักษณะนี้เข้าข่ายผู้กระทำความผิดติดเป็นนิสัย ดังนั้นการปรับแก้กฎหมายให้ผู้ต้องหากลุ่มนี้ต้องโทษนานขึ้น อาจเป็นหนึ่งในหนทางแก้ปัญหา
นอกจากการปรับแก้กฏหมายแล้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์พ.ต.ท.กฤษณพงศ์ พูตระกูล ในฐานะนักอาชญาวิทยา มองว่าประเทศไทยควรมีระบบติดตามตรวจสอบผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกมาจากเรือนจำ และควรออกมาตรการตัดช่องโอกาสการก่อเหตุซ้ำ เช่นการจำกัดอาชีพ หรือการจำกัดพื้นที่
ปัจจุบันเรือนจำบางแห่งมีโปรแกรมบำบัดฟื้นฟูผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดีทางเพศ แต่นักอาชญาวิทยายอมรับว่านี่ไม่ใช่สูตรสำเร็จของการแก้ปัญหา เพราะจำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอต่อปริมาณนักโทษที่ล้นคุก ทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถกลับตัวกลับใจได้ทุกคน ขณะที่นักโทษอีกจำนวนมาก เมื่อพ้นโทษมาแล้วยังต้องกลับมาเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมเดิมๆ ซึ่งเป็นสิ่งเร้าให้ก่อเหตุซ้ำ
พิริยะ ม่วงยิ้ม ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน