ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าจำปี อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 400 หลังคาเรือน เช้าวันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 2,3,4,5,6,7,8,11 ตำบลท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา ต้องเร่งทำความสะอาดบ้านและสำรวจความเสียหาย เพื่อแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขอความช่วยเหลือกับหน่วยงานราชการ
ขณะที่จังหวัดอุทัยธานี สถานการณ์ภัยแล้งที่ขยายวงกว้างอย่างเนื่องส่งผลให้เกษตรกรชาวนาที่ฝืนทำนาปรังรอบที่ 2 ได้รับความเดือดร้อนกันอย่างทั่วถึง ล่าสุดหลังเกิดพายุฤดูร้อน และ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ เริ่มส่งผลดีกับชาวนา เนื่องจากในนามีน้ำขังมากขึ้นพอที่จะหล่อเลี้ยงตัวเองให้พ้นจากวิกฤตภัยแล้งไประดับหนึ่ง โดยชาวนาหวังว่าจะมีฝนตกลงมาอีกครั้ง เพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตไปจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว
ส่วนที่จังหวัดอ่างทอง แม้จะมีประกาศจากนายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทานถึงกรณีจะปล่อยน้ำให้กับชาวนาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อทำนาในฤดูกาล 2560-2561ในวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่สภาพคลองชลประทานชันสูตร-เสนา ตั้งแต่บริเวณหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี ไปจนถึง บริเวณตำบลท่าช้าง อ.วิเศษชัยชาญ ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ก็อยู่ในสภาพที่ไม่มีน้ำติดก้นคลอง ทำให้ชาวนาหลายรายต่างวิตกว่าจะไม่มีน้ำทำนา ขณะที่สถานการณ์ระดับน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดอ่างทอง ยังคงมีปริมาณที่น้อย ล่าสุดทางจังหวัดได้เตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ภัยแล้งแล้ว