ไทเกอร์ บ็อกเซอร์ 200 ที่ถูกจัดซื้อมาเมื่อปี 2550 เพื่อให้เป็นพาหนะหลักของตำรวจไทยทั้งประเทศ จำนวน 2 หมื่นคัน ถูกแปรสภาพนำมาใช้งานในสวนของนายสุเทพ อนันต์สลุง เกษตรกร จาก ต.สระกรวด อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
สุเทพ อนันต์สลุง เป็นหนึ่งในชาวบ้าน ที่ตัดสินใจซื้อรถมอเตอไซค์ตำรวจรุ่นนี้มาใช้ หลังอู่ซ่อมรถที่อ.ชัยบาดาล ประมูลมาขายในราคาถูก เพียงคันละ 9500 บาท เขาบอกว่า กำลังรถขนาด 200 ซีซี เหมาะจะนำใช้งานในสวนในไร่
เกษตรกรรายนี้ ทราบดีว่า รถรุ่นนี้เป็นพาหนะของตำรวจมาก่อน แต่เมื่อถูกประมูลมาแล้ว ยังมาขายในราคาถูก ก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับเขา เพราะสามารถใช้งานได้ แต่ต้องหมั่นจะต้องมีเชคเบรค ตรวจดูน้ำมันเครื่อง และนำคาบูเรเตอร์มาล้างเพื่อใช้งานได้ปกติ เขาบอกดวยว่า รถที่ประมูลมา สามารถนำไปตรวจสภาพรถ เพื่อจดทะเบียนได้ตามปกติ
อู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ ใน อ.ชัยบาดาล กลายเป็นที่สนใจของชาวบ้าน ที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์ในราคาถูก เพราะรถตำรวจ ขนาด 200 ซีซี ที่ถูกจอดทิ้งมานานหลายปี ถูกเประมูลมาจากตำรวจภูธร จ.ลำพูน และนำมาขายต่อให้ผู้คนที่สนใจในราคาเพียง 9,500 บาท
เมื่อลูกค้าสนใจคันไหน ก็จะนำมาให้ช่างประจำอู่ จัดการให้ฟื้นคืนชีพ เขาบอกว่า จริงๆแล้ว รถจักรยานยนต์ตำรวจเหล่านี้ ไม่ได้เสีย แต่คงเป็นเพราะไม่มีศูนย์ซ่อม และไม่มีอะไหล่ของตัวเอง ตำรวจจึงเลือกที่จะไม่ซ่อม เพราะหากซ่อมต้องจ่ายเงินเอง แต่เมื่อเขามาจัดการรถใหม่ ก็สามารถใช้งานได้ดีทุกคัน บางคันเพียงแค่ล้างคาบูเรเตอร์ บางคัน ก็นำอะไหล่รถยี่ห้ออื่นมาทดแทนได้
รถจักรยานยนต์ไทเกอร์ บ็อกเซอร์ 200 เป็นข่าวดังเมื่อ 4-5 ปี ที่ผ่านมา เพราะถูกตำรวจทั่วประเทศ นำไปจอดทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ โดไม่ยอมใช้งาน เพราะปัญหาไม่มีอะไหล่ และไม่มีศูนย์บริการรับซ่อมตามที่บริษัทเอกชน ซึ่งขายรถให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติอ้างไว้ในสัญญา และทำให้ถูกเข้าใจผิดว่ารถเหล่านี้ใช้งานไม่ได้ แต่แท้จริงแล้ว รถยังใช้งานได้ เพียงแค่ตำรวจผู้ใช้รถส่วนใหญ่ ตัดสินใจไม่ซ่อม เพราะหากไม่มีอะไหล่และไม่มีศูนย์ ตำรวจที่ใช้รถจะต้องจ่ายค่าซ่อมแซมและค่าดูแลรถเองทั้งหมด ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าของรถ และนำไปสู่การตรวจสอบพบทุจริตจัดซื้อรถในโครงกานนี้กว่าพันล้านบาท