วันที่ 12 พฤษภาคมของทุกปี ถือเป็น “วันพยาบาลสากล” ได้ริเริ่มเกิดขึ้นจากสภาพยาบาลระหว่างประเทศ ที่กำหนดและเริ่มครั้งแรกเมื่อปี 2514 เพื่อสดุดีคุณงามความดีของมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ที่ทำประโยชน์อย่างมากมาย เพราะตั้งใจจะบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อมวลมนุษย์อย่างแท้จริง ถือเป็นการยกย่องและให้เกียรติ เพื่อให้คนยึดถือเอาเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะจุดมุ่งหมายให้พยาบาลทั่วโลก ร่วมจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณชน และกำหนดแนวทางเพื่อให้พยาบาลทั่วโลกรณรงค์แก้ไขปัญหาสุขภาพในแต่ละปี
เมื่อกล่าวถึง “พยาบาล” ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะเปรียบเป็นผู้ดูแลคนไข้ตลอดเวลา ที่คนทุกช่วงอายุจะต้องได้รับการดูแลจากพยาบาลเมื่อเข้าไปที่โรงพยาบาล ไม่ว่าจะเกิด แก่ เจ็บ หรือตาย พยาบาลก็ต้องเข้ามาดูอยู่เสมอต่อการรักษานั้น ๆ ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่เป็นผู้ปิดทองหลังพระก็ว่าได้
สำหรับพยาบาลในประเทศไทย ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเองได้ดีที่สุด แม้ปัจจุบันจะมีการถกเถียงหรือตั้งข้อสังเกตต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดที่ไม่อนุมัติอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ 10,992 อัตรา โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) นำตำแหน่งว่างที่มีอยู่และตำแหน่งที่จะว่างในอนาคตมาบริหารจัดการเพื่อรองรับการบรรจุพยาบาลวิชาชีพตามความจำเป็น
ส่งผลให้เกิดกระแสตอบโต้ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Nurse team thailand ว่า ไม่พอใจกับมติ ครม. พร้อมข้อความระบุว่า... “ไม่บรรจุ ลาออกยกกระทรวง 30 กันยายน 2560” และ “ขอบคุณรัฐบาล ที่ไม่เห็นความสำคัญของพยาบาล 30 ก.ย.60 ลาออกทั้งประเทศ”
แต่ล่าสุด นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงมติของครม. ที่ไม่อนุมัติอัตราข้าราชการพยาบาลวิชาชีพตั้งใหม่ 10,992 อัตรา เรื่องนี้เป็นความเข้าใจไม่ตรงกันและคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่าทุกฝ่ายเห็นความสำคัญกับบุคลากรพยาบาล ในฐานะที่เป็นวิชาชีพที่มีจำนวนมากที่สุดกว่า 100,000 คน และการขออัตรากำลังครั้งนี้ 10,992 อัตรา เป็นการขออัตรากำลัง 3 ปี ไม่ใช่ปีเดียวบรรจุทันที 10,000 คนนั้นเอง
ยอมรับว่าปัญหาเช่นนี้มีเกิดขึ้นเกือบทุกปี เพื่อยุติปัญหา และข้อสงสัย จึงมีแนวคิด เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการทำงานร่วม ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังพลภาครัฐ. (ครป.) คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) และมหาวิยาลัย มาศึกษาอัตรากำลังที่เหมาะสม ตำแหน่งข้าราชการที่แท้จริง
หลังจากนี้คงต้องติดตามว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะยุติลงเช่นไร แต่อย่างน้อยก็ขอขอบคุณ “พยาบาล” ทุกท่านที่ทำหน้าที่ในการดูแลคนป่วย คนไข้มาด้วยดี