ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 15.00 น. วันนี้ (12 พ.ค.60) นายธีรพันธ์ ภาคอินทรีย์ และนางสาวนิชาภา เมฆลอย ผู้ที่โดนหลานแจ้งจับ "คดีพรากผู้เยาว์" หลังรับเลี้ยงลูกให้นานกว่า 5 ปี โดยเป็นการสัมภาษณ์ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ กับ คุณเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ดำเนินรายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว” ทาง PPTV HD 36 ถึงประเด็นหลานสาวนำลูกมาฝากเลี้ยง ว่า แรกเกิดเด็กมาในสภาพป่วย หัวโต มีกลิ่นคาว คราบอุจจาระคละคลุ้งเต็มตัว สวมเสื้อยืดยังไม่ได้ ตนต้องดูแลรักษาจนหายดี
ส่วนการตกลงเรื่องเลี้ยงหลาน เป็นการตกลงกันในบ้านระหว่างน้ากับหลานรวมทั้งเรื่องเงินที่ใช้ในการเลี้ยงดู ส่วนประเด็นเรื่องที่บอกจะให้เลี้ยงดู 3-4 เดือนไม่เป็นความจริง เนื่องจากแม่ของเด็กป่วยเป็นวัณโรค ตนก็ให้แม่เด็กมาอยู่ด้วยและดูแล
กรณีที่แม่ของเด็ก ระบุว่า ตนเลี้ยงเด็กกับหมา ทำให้เด็กมีรอยขีดข่วน นายธีรพันธ์ ชี้แจงว่า เนื่องจากเด็กไปเล่นกับสุนัขที่เลี้ยงแล้วล้มใส่สุนัขจึงถูกสุนัขขีดข่วน
นอกจากนี้ นายธีรพันธ์ กล่าวว่า ตนมีลูกแล้วสองคนสมัยลูกตนเด็กๆ ก็ต้องจ้างพี่สาวภรรยาเลี้ยง แต่ด้วยเลี้ยงเด็กมาก็ผูกพัน กระทั่งหลานจะมาเอาลูกไปเลี้ยงเอง จึงบอกให้หลานนำเงินค่าเลี้ยงดูมาให้ด้วย จากนั้นหลานก็หายไปเลย
"ทุกวันก็หาเช้ากินค่ำอยู่แล้ว เงินทองก็ไม่พอใช้ ขนาดลูกชายคนเล็กของตัวเองยังต้องไปให้พี่สาวช่วยเลี้ยง จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปขอน้องขนุนมาเลี้ยงอีก แต่พอได้เลี้ยงมาแล้วก็รักเหมือนลูกเลยทอดทิ้งไม่ได้" นายธีรพันธ์ กล่าว
นายธีรพันธ์ ยืนยันว่า ตนไม่เคยกีดกันไม่ให้หลานพบลูก พร้อมท้าให้คนที่อยากรู้ความจริงมาถามเพื่อนบ้านที่จ.สุพรรณบุรี ว่าตนโกหก หรือหลานสาวโกหก
“ตามความจริงผมอยากให้เรื่องนี้จบไป อยากให้คดีนี้จบไป จะได้ทำมาหากินของผม ทุกวันนี้ผมเดือดร้อนต้องหาค่ารถไปรายงานตัวทุก 12 วัน ผมอยากให้คดีจบ คลี่คลายกันไป” นายธีรพันธ์ กล่าว
ปัจจุบัน นายธีรพันธ์ และภรรยา ย้ายมาอยู่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยยึดอาชีพขายของและขนมที่ตลาดนัดใหม่นาเกลือ ได้เงินวันละ 400 บาทโดยต้องนั่งรถไปรายงานตัวที่ศาลภูเขียว จ.ชัยภูมิ ทุก 12 วัน
สำหรับประเด็นดังกล่าว เกิดขึ้นที่จังหวัดชัยภูมิ โดยลุงกับป้ารับเลี้ยงลูกของหลานสาวมา 5 ปี แต่กลับถูกดำเนินคดีฐานพรากผู้เยาว์ไปจากบิดามารดา หลังหลานสาวมาขอลูกที่ฝากเลี้ยงไว้ 5 ปีกลับคืน แต่ไม่สามารถตกลงกันในรายละเอียดได้