ดราม่า แอดดิค เป็นหนึ่งในเพจที่ช่วยแจ้งข่าวและส่งต่อข้อมูล เพื่อประสานความช่วยเหลือเมื่อคืนนี้ จ่าพิชิต ขจัดพาลชน หรือ นายแพทย์วิทวัส ศิริประชัย บอกว่า ยังเป็นห่วงรูปแบบการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ เพราะหากใช้ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดผลเสีย เช่นการเเสดงความคิดเห็นไปในทางที่ยั่วยุ ทำให้คนที่กำลังคิดสั้น ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจมากขึ้น หรือการแชร์ต่อออกไป จะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แต่หากถ้าใช้เพื่อช่วยในการแจ้งข้อมูลข่าวสารจะสามารถนำไปสู่การช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
"ผมว่ามันอยู่ที่รูปแบบการใช้ของพลังโซเชียลมากกว่า ถ้าใช้ในทางที่ถูกต้องรึป่าว ยกตัวอย่างเกิดเหตุฆ่าตัวตาย แล้วนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาแจ้งต่อ สามารถที่จะกระจ่ายข่าวเพื่อให้คนในพื้นที่หรือครอบครัวเข้าช่วยเหลือให้รอดชีวิตได้ แต่หากใช้ไม่ถูกต้องเช่นการแชร์คลิป อาจทำให้เกิดอันตราย อาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการลอกเลียนแบบได้ "
การส่งต่อข้อมูลผ่านโลกออนไลน์ของเพจดัง ทำให้ช่วยชีวิตผู้ที่คิดสั้นได้ถึงสองครั้งที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วจากโลกออนไลน์ จ่าพิชิต จึงมองว่า หน่วยงานภาครัฐ ควรใช้รูปแบบนี้ให้เป็นประโยชน์เพื่อสร้างช่องทางการสื่อสารและพัฒนาให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สกุลศรี ศรีสารคาม หัวหน้าสาขาวารสารศาสตร์คอนเวอร์เจ้นท์ คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ บอกว่า เหตุการณ์เมื่อคืนพิสูจน์ให้เห็นว่า นี่คือข้อดีของการแสดงพลังเครือข่ายบนโลกออนไลน์ ที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้
อาจารย์สกุลศรี ยังแนะนำผู้ใช้สื่อบนโลกออนไลน์ ถึงแนวปฏิบัติหากไปพบการฆ่าตัวตาย โดยเน้นว่า อันดับแรก ต้องไม่ส่งต่อคลิปเหตุการณ์นี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลถึงผู้ที่กำลังมีปัญหาทางใจรายอื่น และต้องมีสติในการแสดงความคิดเห็น ไม่ควรซ้ำเติม เพราะผู้ที่กำลังทำเช่นนี้ต้องการกำลังใจและความช่วยเหลือ
ส่วนแนวทางที่ควรทำต่อไป คือ การใช้สื่อออฟไลน์เป็นตัวช่วย เช่น โทรแจ้งตำรวจ กู้ภัย และสื่อมวลชน ให้ประสานเครือข่ายเข้าช่วยชีวิตได้ทัน หรือไปใช้การประสานผ่านมื่ออนไลน์ที่มีเครือข่ายเหล่านี้อยู่เป็นการภายใน หรืออย่างน้อยให้สามารถระบุตำแหน่งที่อยู่ของที่เกิดเหตุได้ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าไปช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่
น่าสนใจด้วยว่า วิธีการประสานเครือข่ายบนโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้น จนสามารถช่วยชีวิตคนได้ อาจยังสามารถถูกใช้เป็นต้นแบบพัฒนาไปสู่การประสานเครือข่ายในประเด็นอื่นๆ เช่นการแจ้งเตือนภัยจากน้ำท่วม หรือการประสานความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะหากภาครัฐจะจัดทำเครือข่ายเหล่านี้ให้เป็นระบบ