อดีตนายใหญ่แห่ง”เอฟบีไอ” กลับออกมาแฉว่า ทรัมป์ขอร้องให้เขาไม่สืบสวน เรื่องกรณีที่อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง แอบไปติดต่อกับรัสเซีย เพื่อช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งและได้เป็นประธานาธิบดี ซึ่งเรื่องนี้เอง กำลังเป็นหอกที่กลับมาทิ่งแทงตัวทรัมป์ จนอาจถึงขั้นโดนถอดถอนจากตำแหน่งประธานาธิบดีก็เป็นได้
ทำงานมา 117 วัน ไล่คนใกล้ตัวออกก็หลายคน แต่ตอนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะต้องถึงขั้นหลุดจากตำแหน่งประธานาธิบดี เพราะปากพาจน เรื่องของเรื่องคือ สำนักข่าว”นิวยอร์ค ไทมส์”และ”ซีเอ็นเอ็น” ออกมาแฉพร้อมๆ กันว่า นายเจมส์ โคมีย์ ที่เพิ่งถูกทรัมป์ไล่ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ”เอฟบีไอ” เขียนลงในบันทึกส่วนตัวว่า ทรัมป์ เคยขอให้เขายุติการสอบสวนกรณีที่นายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง เคยแอบติดต่อกับรัสเซีย ให่ช้วยทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดี
พอเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมา ทรัมป์ก็สวนกลับทันทีว่า นี่คือข่าวลวงชัดๆ และเขาก็ไม่เคยขอให้โคมีย์ จัดการเรื่องนี้เลย ในขณะที่ทำเนียบขาวพูดไปอีกทางว่า โคมีย์น่าจะเข้าใจอะไรผิด หรือไม่ก็เป็นการโกหกคำโตของโคมีย์เอง ถ้าโคมีย์โกหกจริงเขาจะทำไปเพื่ออะไร และตัวโคมีย์เอง ก็ไม่น่าจะได้ประโยชน์อะไรจากการโกหกประธานาธิบดี และที่น่าสงสัยคือ ตอนที่ทั้งสองคนคุยกัน ทรัมป์ได้ขอให้รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ กับกับนายเจฟฟ์ เซสชั่น รัฐมนตรียุติธรรม ออกไปจากห้องก่อน คาดว่าทรัมป์ต้องการจะโน้มน้าวโคมีย์ให้ทำตามที่ขอ โดยไม่ต้องการให้ใครได้ยิน เพราะการขอให้ยุติการสืบสวนใครสักคนหนึ่ง ก็เท่ากับเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมและโทษคือการ”อิมพีช” หรือถอดอถอนจากตำแหน่งนั่นเอง
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าโคมีย์เข้าใจผิดหรือโกหกก็ตาม แล้วทำไมทรัมป์ถึงร้อนตัวและถามโคมีย์ว่า ตัวเขาจะถูกตรวจสอบด้วยหรือไม่ และไม่ได้ถามแค่ครั้งเดียว แต่ถามถึง 3 ครั้งในช่วงต่างกรรมต่างวาระกัน
และตอนนี้เรื่องอื้อฉาวนี้ ไปไกลและใหญ่โตเกินกว่าที่ทรัมป์จะเอามือปิดได้แล้ว ซึ่งถ้าการสอบสวนมีมูลความจริง อนาคตของทรัมป์ อาจจะต้องย้ายออกจากทำเนียบขาวก่อนครบวาระ 4 ปี ก็มีความเป็นไปได้สูงจริงๆ