คลิป 2 สาวชนท้าย อ้างเป็นหลานอัยการเจรจายุติแล้ว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คลิปเหตุการณ์กรณีหญิงสาวสองรายมีปากเสียง ระหว่างเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายกัน ดูเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ประชาชนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจ คือคำพูดของ คู่กรณี  ที่พูดจาค่อนข้างรุนแรง และอ้างตัวว่าเป็นหลานอัยการ   วานนี้ตำรวจได้เชิญทั้งคู่ เข้ามาเจรจาร่วมกัน  

คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเกิดอุบัติเหตุรถชนท้าย ซึ่งเป็นการนัดมาเคลียร์ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ของคู่กรณี แต่เมื่อผู้เสียหายไปถึง ก็เกิดมีปากเสียงกันตามคลิป คู่กรณี ใช้เท้าเตะที่รถ และพยายาม จะเข้ามาเปิดประตูรถของหญิงผู้เสียหาย  ขณะนั้น  เธอได้เรียกตัวแทนประกันไปร่วมเจรจาด้วย จึงมีการช่วยห้ามปราม ประชาชนให้ความสนใจแชร์คลิปดังกล่าว เนื่องจากหญิงสาวที่ขับรถชนท้ายมีการใช้ถ้อยคำหยาบคายในการด่าคู่กรณี และยังมีการอ้างว่า เป็นหลานของอัยการท่านหนึ่ง ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ที่บริเวณ หน้าห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเลียบทางด่วนรามอินทรา คู่กรณีได้ขับรถชนท้ายรถเก๋งมาสด้า สีแดงของผู้เสียหาย  ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นการมีปากเสียงกันครั้งแรก เนื่องจากคู่กรณี ขับรถออกจากจุดเกิดเหตุอ้างว่ามีธุระด่วน แต่ยอมให้ถ่ายบัตรประชาชน และให้เบอร์ติดต่อไว้  จึงมีการโทรนัดเคลียร์กันภายหลัง แต่ก็ยังไม่สามารถเคลียร์ตกลงกันได้

วานนี้ (18 พ.ค. 60) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4  ได้เชิญ สองสาวคู่กรณีในคลิป มาเจรจาที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เพื่อทำความเข้าใจและยุติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางสาวน้ำทิพย์ ผู้เสียหาย ระบุว่าในส่วนของเหตุการณ์รถชนกัน เป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ที่เข้าแจ้งความเนื่องจาก คู่กรณีไม่ยอมอยู่เคลียร์ในจุดเกิดเหตุ และใช้คำพูดหยาบคาย ข่มขู่  

ด้านคู่กรณี คือ นางสาวธันยกานต์ ยอมรับว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวตามคลิปขึ้นจริง แต่ไม่ได้มีการอ้างว่าเป็นหลานของอัยการ ตามที่ผู้เสียหายเข้าใจ และวอนขอให้ประชาชนทำความเข้าใจในการเสพสื่อที่อาจเกิดความผิดพลาด

ตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหา คือ ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ มีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และขับขี่รถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย มีโทษปรับ 400-1000 บาท พร้อมฝากให้ประชาชนที่เกิดเหตุลักษณะนี้ ขอให้ใจเย็นและติดต่อประกันของตนเองมาเจราจา หรือหากเจราจาไม่ได้ให้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าไปช่วยเหลือจัดการคดีให้

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ