การเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการสะท้อนว่าชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ต้องการจะสานสัมพันธ์กับประเทศไหนมากที่สุด
แต่ทว่า การเยือนซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลของทรัมป์ในสัปดาห์นี้ กลับถูกมองว่าเป็นเพียงการพักยก หรือเบี่ยงความสนใจจากปัญหาการที่กำลังรุมเร้าอยู่ที่บ้าน
การที่ ทรัมป์ ตัดสินใจไล่นาย เจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ ออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันน่าจะทำให้คะแนนนิยมของเขาที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว ดิ่งลงอีก
แต่จากผลสำรวจความคิดเห็น เนชันนัลแทร็กเกอร์ (National Tracker) ของซีบีเอส ซึ่งสำรวจชาวอเมริกันทั่วประเทศ เป็นข้อมูลที่สะท้อนได้ค่อนข้างชัดเจนว่าชาวอเมริกันมีทัศนคติอย่างไรต่อผู้นำคนนี้ซึ่งก็คือ มรสุมการเมืองครั้งนี้ไม่ได้มีผลกับผู้สนับสนุนของเขาเลยแม้แต่น้อย
โดยร้อยละ 63 ไม่เห็นด้วยกับทรัมป์ ในการปลดผู้อำนวยการเอฟบีไอกลางอากาศ ขณะที่ร้อยละ 37 เชื่อว่าทรัมป์ทำถูกแล้ว สำหรับผู้ที่สนับสนุนทรัมป์แล้ว ไม่ได้มีความกังวลเลยว่าผู้นำของเขากำลังขัดขวางกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ กลับกันที่ระบุว่าตัวเองเป็นผู้สนับสนุนของทรัมป์ มองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนว่าทรัมป์มาถูกทางแล้ว เพราะทรัมป์กำลังต่อสู้กับสถาบันและอิฐธิพลของกลุ่มนักการเมืองในประเทศ
สำหรับชาวอเมริกันร้อยละ 37 ที่ไว้วางใจทรัมป์ ในจำนวนนี้ ร้อยละ 89 เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามของกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองที่จะขัดขวางทรัมป์
ขณะที่อีกร้อยละ 80 เชื่อว่ากระแสข่าวฉาวที่รุมเร้าทรัมป์ ในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพราะว่าสื่อที่ไม่เป็นกลางประโคมกระแสข่าวในแง่ลบ จากฐานข้อมูลของ เนชันนัลแทร็กเกอร์ (National Tracker) ประชาชนชาวอเมริกันที่สนับสนุนทรัมป์ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มประชาชนที่ไม่ได้เรียกจบระดับปริญญาตรี และเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยและขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนของทรัมป์ยังคงปักหลักเชื่อในตัวผู้นำของเขาอย่างสนิทใจ ประชาชนที่มองว่าตัวเองเป็นฝ่ายที่ต่อต้านทรัมป์นั่น ก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
หลัง ทรัมป์ ไล่โคมีย์ออกจากตำแหน่ง ประชาชนกลุ่มที่ต่อต้านทรัมป์เพิ่มขึ้นจนตอนนี้ เป็นกลุ่มการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไปแล้ว โดยคิดเป็นร้อยละ 40 และเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายมาก
ทั้งนี้ ทรัมป์ จะต้องสร้างผลงานและทำคะแนนระหว่างการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาทำได้ เพราะปัจจัยเสี่ยงที่ใหญ่โตที่สุดของทรัมป์ มิใช่ความแตกแยกของโลกมุสลิมในตะวันออกกลางเลย แต่กลับเป็นความแตกแยกในสังคมอเมริกัน ที่เป็นผลพวงมากจากการตัดสินใจของตัวเขาเอง