ครบรอบ 3 ปี การบริหารงานของ คสช. ปีนี้รัฐบาลออกมาบอกว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.2 % อยู่ในอันดับที่ 8 ในอาเซียน แต่ในมุมมองของนักวิชาการบางคนมองว่าปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องเร่งแก้ไขมากที่สุดคือ เศรษฐกิจในระดับชาวบ้าน สอดคล้องกับผู้ค้า ย่านสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี ที่ต่างนั่งหงอยเหงา สะท้อนการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่ยังไม่ฟื้นตัว
ผู้ค้าหลายราย บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ทำให้คนยังคงชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะของกินของใช้ที่ไม่จำเป็น อย่าง นายเสฎฐวุฒิ ศรีช่วย พ่อค้าผลไม้สด จ.นนทบุรี ระบุว่า ตอนนี้ยอดขายลดลงเกือบ 50 % ทั้งที่ความจริงยังคงขายราคาเดิมมานานกว่า 4 ปี บวกลบค่าใช้จ่ายมีรายได้เพียงค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น
เช่นเดียวกับ วรรรณภา อินทร์ชำนาญ แม่ค้าส้มตำ บอกว่า จะหารายได้จากการค้าขายให้ได้รวมกันหลักพันบาทเป็นเรื่องที่ยากมากหากเทียบกับในอดีต ขณะที่สินค้าที่นำมาขายที่ขายไม่ได้ก็ต้องจำใจทิ้ง เพราะไม่สามารถขายต่อได้ ทั้งที่ลดปริมาณที่นำมาขายลงแล้ว
ผู้ค้าส่วนใหญ่ เข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ได้ดีอย่างที่รัฐบาลพยายามสื่อสาร โดยเฉพาะในส่วนของการบริโภคภาคครัวเรือนที่ชะลอตัวแบบน่าเป็นห่วง ขณะที่ฤดูฝนที่กำลังเผชิญอยู่ก็ยังเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการค้าการขายด้วย
“นอกจากยอดขายที่วันนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการยังคงมีความกังวล นั้นคือในเรื่องต้นทุนของวัตถุดิบที่วันนี้มีการปรับราคาสูงขึ้น”
โดยจากการสำรวจราคาสินค้าที่เป็นวัตถุถิบ ผู้ค้าส่วนใหญ่ระบุว่า ราคาปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 10-30 % ทำให้มีความจำเป็นต้องลดปริมาณลง เพราะหากจะปรับขึ้นราคาสินค้า ก็กลัวว่าจะยิ่งซ้ำเติมให้ยอดขายลดต่ำลงอีก จึงอยากให้รัฐบาล คสช. เร่งแก้ไขปัญหาการบริโภคในประเทศ และควบคุมราคาสินค้าไม่ให้ปรับสูงขึ้นมากไปกว่านี้ ก่อนที่จะกระทบชีวิตของผู้ค้าและประชาชนอีกหลายต่อหลายคน
ทีมข่าวพีพีทีวี รายงาน