พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอแนวทางเพิ่มเบี้ยชราภาพให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นำกลับไปจัดทำรายละเอียดและสรุปมาตรการให้ชัดเจน ก่อนเสนอกลับมาให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินเพิ่มแต่ต้องไม่สร้างภาระการเงินการคลัง โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังได้เสนอเปิดทางให้ผู้สูงอายุที่มีฐานะสละสิทธิ์รับเบี้ยชราภาพอย่างสมัครใจ เพื่อนำเข้ากองทุนผู้สูงอายุเดิม และไปเพิ่มให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยเพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพในยามเกษียณ และจะมอบเหรียญเชิดชูเกียรติให้กับผู้สูงอายุที่สละสิทธิ์
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลปัจจุบันมีผู้สูงอายุทั้งหมด 10.3 ล้านราย คิดเป็น 16% ของประชากรในประเทศทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยทั้งสิ้น 3.5 ล้านราย ที่รัฐบาลต้องการเพิ่มเบี้ยชราภาพ จากปัจจุบันมีการจ่ายเบี้ยตามขั้นบันไดของอายุ เช่น อายุ 60-70 ปี ได้รับเบี้ย 600 บาทต่อเดือน , อายุ 70-80 ได้รับเบี้ย 700 บาทต่อเดือน , อายุ 80-90 ได้รับเบี้ย 800 บาทต่อเดือน และมากกว่า 90 ปี จะได้รับเบี้ย 1,000 บาทต่อเดือน
"รมว.คลังรายงานผลการศึกษาเบื้องต้นในที่ประชุมว่ามีผู้สูงอายุที่มีฐานะพร้อมเสียสละเบี้ย เพราะถ้าไม่มีเบี้ยก็สามารถดำรงชีพอยู่ได้ แต่มีบางรายก็ไม่ยินยอมเหมือนกัน ซึ่งหากสละสิทธิ์ไปแล้วและมีรายได้น้อยลงหรืออยากได้เบี้ยกลับมา ก็สามารถขอสิทธิ์กลับมาได้ในภายหลัง และผลการศึกษาหากมีผู้สละสิทธิ์ 10% จะได้เงินกลับมา 4,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อไปเพิ่มให้คนแก่และจน 3.5 ล้านราย" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว