ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 อุโมงค์ระบายน้ำ กทม. ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเพราะต้องผันน้ำจาก คลองสายหลัก 2 สาย คือ คลองลาดพร้าว และคลองแสนแสบ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงที่ฝนตกหนักเช่นนี้
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากคลองสายหลักสองสาย ไหลผ่านประตูอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบอย่างต่อเนื่องนานกว่า 1 สัปดาห์ หลังมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปริมาณน้ำในคลองให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อรอรับปริมาณฝนที่จะตกลงมาอีกระลอก แต่ถึงแม้จะเปิดอุโมงค์รับน้ำตลอดเวลาแบบนี้ ก็ยังไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน
อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำ ออกจากคลองลาดพร้าว เนื่องจากลักษณะของลำคลองที่ระยะทางยาว แคบ และตื้นเขิน ประกอบกับปริมาณขยะจากชุมชน ส่งผลให้น้ำเดินทางช้า ปัญหานี้ ส่งผลให้สำนักการระบายน้ำ ไม่สามารถพร่องน้ำออกจากคลองลาดพร้าวได้ทัน ส่งผลให้พื้นที่บริเวณชุมชนวัดลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก ที่ต้องระบายน้ำออกสู่คลองลาดพร้าว มีน้ำท่วมขังระบายได้ช้าอย่างที่เป็นอยู่
ส่วนคลองแสนแสบ ก็มีข้อจำกัด คือไม่สามารถลดระดับน้ำให้ต่ำได้ เพราะเป็นคลองที่ต้องใช้สัญจร สำนักการระบายน้ำจึงทำได้เพียง แก้ปัญหา ระบายน้ำออกแบบวันต่อวันสำหรับคลอง 2 สายนี้
แม้ปัจจุบันกรุงเทพมหานครจะเปิดใช้งาน อุโมงค์ระบายน้ำ 7 แห่ง พร้อมกันตลอด 24 ชั่วโมง แต่ไม่มีอุโมงค์ใดที่รับน้ำจากคลองลาดพร้าว ซึ่งจะต้องรอให้โครงการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อสร้างเสร็จ จึงจะช่วยระบายน้ำจากคลองลาดพร้าวได้รวดเร็วขึ้น คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้จริง ก่อน 1 สิงหาคมนี้ เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ลาดพร้าว และรัชดาภิเษกได้
สิ่งที่สำนักการระบายน้ำ เฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือหากคืนนี้ฝนตกลงมาอีกครั้ง พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบหนักสุด คือชุมชนวัดลาดพร้าว ฝากเตือนให้ระมัดระวัง และเก็บข้าวของขึ้นที่สูง