วันนี้ (29 พ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานสัมมนาข้าวไทย หรือ Thailand Rice Convention 2017 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ "การค้าข้าวไทยและทิศทางในอนาคต" ว่า ไทยจำเป็นต้องดูแลและเตรียมการในการผลิตและการค้าข้าว เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศผู้ผลิตข้าวหลายประเทศมีปัญหาเรื่องของปริมาณผลผลิตส่วนเกินทำให้เกิดสต๊อกข้าวคงค้างที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นลำดับแรก โดยข้าวสต๊อกรัฐบาลมีทั้งหมด 18 ล้านตัน ทำให้รัฐต้องแบกรับภาระในการดูแลสต๊อกข้าวจำนวนมาก แต่ขณะนี้สามารถระบายข้าวออกได้แล้วกว่า 13 ล้านตัน โดยมั่นใจว่าจะสามารถระบายออกไปได้ทั้งหมดภายในปีนี้
ส่วนการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถขายได้ประมาณ 3,430,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยแนวทางในการแก้ไขปัญหาข้าวทั้งระบบจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารพื้นที่ปลูก การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสำคัญคือการใช้นวัตกรรมนำการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรองรับการค้าโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่า ทิศทางราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปริมาณสต๊อกข้าวที่ลดลง ซึ่งขณะนี้อยู่เหลือกว่า 2 ล้านตัน หลังที่ผ่านมาสามารถระบายสต็อกข้าวไปได้แล้วกว่า 13,240,000 ตัน และอยู่ระหว่างการเสนอซื้ออีกกว่า 1,700,000 ตัน ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพดีชุดสุดท้าย และที่เหลือจะเป็นข้าวที่จะระบายเพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม