วันนี้ (31 พ.ค.60) ตำรวจเตรียมนำผู้ต้องหา 2 คน คดีฆ่าหั่นศพฝังดิน “น้องแอ๋ม” หรือนางสาววริศรา กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะ อายุ 22 ปี ที่บ้านโนนสง่า หมู่ 9 ตำบลคำม่วง อำเภอเขาสวนกวางจังหวัดขอนแก่น คือ นายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี และนางสาวจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดขอนแก่น ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว
หลังเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองคน ภายในศูนย์ปฎิบัติการฉลามดำนานกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่ง นางสาวเบนซ์ได้ให้การมีประโยชน์กับรูปคดี โดยเฉพาะได้เปิดเผยถึงผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ นางสาวแจ้ หรือนางสาวอภิวันท์ สัตยบัณฑิต ซึ่งเป็นผู้นำโทรศัพท์มือถือของน้องแอ๋ม ไปขายที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในราคา 4 พันบาท ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันหลบหนี โดยนางสาวแจ้ ได้หลบหนีไปประเทศเมียนมาร์ร่วมกับนางสาวเปรี้ยว และนางสาวเอิร์น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เตรียมออกหมายจับ นางสาวแจ้ อีก 1 คน ทำให้ผู้ต้องหาในคดีนี้ ล่าสุดมีจำนวน 5 คน จับได้แล้ว 2 คน เหลืออีก 3 ที่ยังหลบหนี
ทางตำรวจขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการติดตามจับกุมตัวคนร้ายทั้ง 3 ที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดี พร้อมทั้งมีการประสานงานไปทางญาติของผู้ต้องหาทั้งหมด ให้ทำการประสานกับผู้ต้องหาให้เข้ามามอบตัว โดยจะมอบตัวที่ใดก็ได้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพร้อมที่จะประสานงานและเดินทางไปรับ
ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 คือนายวศิน กับนางสาวเบนซ์ ตำรวจได้ส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาสวนกวาง นำตัวไปคุมขังไว้เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งตำรวจได้คัดค้านการประกันตัว ยืนยันตั้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมด 3 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ และรับของโจร
ส่วนความคืบหน้าที่บริเวณชายแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ หลังเจ้าหน้าที่ไทยสืบทราบว่า ผู้ต้องหาฆาตกรรมน้องแอ๋ม ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมาร์ ตรงข้ามกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายนั้น และได้มีการไปติดตามตัวโดยเฉพาะในร้านคาราโอเกะที่คาดว่าทั้ง 3 คนได้ข้ามแดนไปเพื่อทำงาน ซึ่งเป็นร้านของคนไทย ปรากฎว่าจนถึงวันนี้ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด
ขณะที่ พ.ต.อ. เอกกร บุษบาบดินทร์ ผู้กำกับตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย เปิดเผยว่าบุคคลทั้ง 3 คือ นส.เปรี้ยว นส.เอิน และนส.แจ้ ได้มีการทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวหรือบอเดอร์พาส สำหรับผ่านแดนไปอย่างถูกต้องในวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วยเป็นบัตรผ่านแดนชั่วคราวทำให้ไม่มีบันทึกรูปหน้าไว้เหมือนพาสปอร์ต และขณะนั้นยังไม่มีหมายจับ ทำให้ไม่มีการขึ้นบัญชีรายชื่อบุคคลต้องห้ามออกประเทศ
ทั้งนี้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแสดงหลักฐานการกลับเข้ามาในประเทศ จึงเชื่อว่าอาจยังอยู่ในเขตอำเภอท่าขี้เหล็ก เพราะหากไปยังพื้นที่อื่นต้องใช้พาสปอร์ต เพียงแต่ขณะนี้ยังจับกุมตัวไม่ได้ ซึ่งทางตม.เองก็พยายามติดตามตัวเพื่อให้จับกุมได้โดยเร็ว โดยประสานงานกับทุกฝ่ายทั้งของไทยและหน่วยงานทางประเทศเมียนมาร์ หากทางเมียนมาร์จับตัวได้เมื่อไร จะแจ้งให้ทางฝ่ายไทยได้รับทราบทันที