นักวิชาการด้านสื่อมวลชนแนะสื่อหลักต้องสร้างจุดแข็งด้านจริยธรรม


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รศ.ดร.สมโภชน์ ชี้สื่อให้พื้นที่ข่าวเปรี้ยวมากไปอาจส่งผลต่อพฤติกรรมเลียนแบบของเด็ก นักวิชาการสื่อมวลชนเผยสื่อกำลังฆ่าตัวเองและสังคมจากการขายข่าวตามกระแส ด้านผศ.ดร.เอื้อจิต ชี้ การนำเสนอข่าว ‘เปรี้ยว’ มีความไม่เหมาะสมตามประเด็น SLVR เชื่อมีคนแบบนี้อีกมากในสังคม สื่อยันข่าวเปรี้ยวไม่เหมาะสมในการนำเสนอ

รศ.ดร.สมโภชน์   เอี่ยมสุภาษิต  นักวิชาการด้านจิตวิทยา กล่าวภายในงาน เวทีจุฬาฯ เสวนา ครั้งที่ 6  เรื่อง  "ฆ่า หรือ ค่า"  กรณีสื่อกับดราม่าความรุนแรงในสังคมไทย ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าเหตุการณ์ฆาตกรรมหรือคนฆ่ากันเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดในสังคม  แต่เหตุการณ์กรณีฆ่าหั่นศพในครั้งนี้กับพบว่าสื่อทางโซเชียลมีเดียนำเสนอเรื่องนี้จนไปไกลเกินกว่าเหตุ ทำให้สื่อหลักอย่างเช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ต้องทำข่าวตามกระแสเพราะต้องการความอยู่รอด แต่สื่อหลักลืมว่าผลกระทบที่จะย้อนกลับมาเป็นผลกระทบด้านลบที่มีอิทธิพลมากต่อสังคม

สื่อมีส่วนในการปลูกฝังเยาวชน

ผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นจะไม่ได้ส่งผลในระยะสั้น แต่จะเป็นแผลลึกในสังคมไทย จะส่งผลกระทบในอนาคตไปไกลกว่าที่คิดไว้มาก โดยเฉพาะกับเด็กจะเกิดปัญหาเรื่องค่านิยมทางสังคมและพฤติกรรมความรุนแรงในสังคมซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบอกเลยว่าเราทุกคนไม่สามารถหยุดสื่อในโซเชียลมีเดียได้

ยิ่งสื่อนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้มากเท่าไหร่ ยิ่งอยู่ในความทรงจำของมนุษย์ คือ เปรี้ยวอยู่ในความทรงจำของเขาว่า ทำแบบนี้ทำให้ฉันเด่น ฉันดัง  โดยที่ไม่สนใจเรื่องของความถูกต้อง ไม่สนใจเรื่องจริยธรรมหรือคุณธรรม เพราะเราไม่ได้สอนสิ่งเหล่านี้ให้กับสังคม เราสอนให้เด็กเก่ง สอนให้ต้องรวย แต่ไม่สอนให้คนเป็นคนดี เมื่อคุณธรรมและจริยธรรม ถูกละเลย จึงทำให้เกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่สังคมไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ตราบนั้นคดีฆ่าหั่นศพก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยของสังคมไทย

สื่อหลักต้องไม่ตามกระแส

ประเด็นคือสื่อหลักจะต้องเป็นหลักไม่ใช่ตามกระแส ต้องมีการกระตุ้นสังคมและต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่า  ฆาตกรคืออะไร  เน็ตไอดอลคืออะไร ถ้าไม่ตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่จะตามมาเหตุการณ์เหล่านี้ฆาตกรรมก็จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ณ  วันนี้เราเน้นของวัตถุ รายได้ เรื่องเศรษฐกิจ มากจนลืมนึกถึงเรื่องของคุณค่าความเป็นมนุษย์

"สื่อหลักต้องเสนอเรื่องที่ไม่ดี แต่ต้องแยกแยะว่าอะไรควรนำเสนอหรือไม่ โดยสื่อทำเรื่องของธุรกิจเป็นหลักจนลืมว่าส่งผลกระทบอย่างไรกับสังคม"

สื่อให้พื้นที่ข่าว"เปรี้ยว"มากเกินไป

กรณีล่าสุดสื่อให้พื้นที่ของผู้ต้องคดีฆ่าหั่นศพมากจนเกินไป ทำให้คนบางกลุ่มมองว่าผู้ต้องหาหน้าตาดี จึงมีการจัดกลุ่มแฟนคลับ มีการนำของที่ผู้ต้องหาใช้มาขาย จากคดีดังกล่าวแทนที่สังคมควรจะต้องลงโทษ แต่กลับกลายเป็นว่าสังคมให้รางวัลแทน

สิ่งที่สื่อนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้เป็นเพราะผลประโยชน์ทั้งนั้น สื่อพยายามเสนอเนื้อหาให้มีดราม่า มีสีสัน เพื่อดึงดูดคน เพื่อนำไปสู่การทำยอดขายต่างๆ  เพราะสังคมไทยอยู่ในยุคของวัตถุนิยม จนยกย่องคนรวย  ยกย่องคนใส่เสื้อผ้าดีๆ โดยไม่สนใจว่าภายใต้เสื้อผ้าหรือของราคาแพง

 "ข่าวดีขายไม่ได้ ข่าวร้ายขายดี"

ผศ.มรรยาท อัครจันทโชติ  นักวิชาการด้านสื่อมวลชน  กล่าวว่า กรณีนี้ควรเป็นกรณีศึกษาว่าทำไมสังคมไทยถึงให้ความสนใจมากขนาดนี้ โดยสื่อพยายามนำเสนอเรื่องราวของผู้ต้องหาว่า เขายังมีความเป็นคน มีความกตัญญูต่อแม่ เรื่องราวชีวิตของผู้ต้องหาขายได้ เข้ากับสำนวนของนักข่าวที่ว่า "ข่าวดีขายไม่ได้ ข่าวร้ายขายดี"

ผู้ต้องหาคนนี้สามารถมีความกระตุ้นปลุกเร้าสังคมได้ เพราะสัญชาตญาณของมนุษย์พื้นฐาน คือ เรื่องเพศ และความก้าวร้าวรุนแรง เป็นตัวขับเคลื่อนมนุษย์  ซึ่งตัวของผู้ต้องหารายนี้มีครบทั้ง 2 อย่าง   จึงทำให้ข่าวนี้สามารถขายได้

สื่อหลักต้องสร้างจุดแข็งด้านจริยธรรมจรรยาบรรณ

ดังนั้นความรับผิดชอบในการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ  สื่อกระแสหลักไม่จำเป็นต้องตามกระแสในโลกโซเซียลมีเดีย หรือเพจนักสืบต่าง ๆ เสมอไป เพราะหากทำข่าวตามสื่อโซเชียลจะทำให้สื่อกระแสหลักตามหลังทันที จะทำให้ไม่เกิดการแข่งขันเกิดขึ้น โดยที่สื่อกระแสควรโชว์จุดแข็งในเรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณ และความรับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงความแตกต่างและทำให้ประชาชนสามารถเลือกเสพสื่อที่ดีได้

ตอนนี้สื่อกำลังเอนเอียงระหว่างอุดมการณ์กับปากท้อง เพราะสื่อเองก็มีการแข่งขันที่สูงมาก แต่การทำแบบนี้สื่อจะกลายเป็นผู้ร้ายที่ฆ่าสังคม และกำลังฆ่าตัวเองตาย จากการที่สื่อกระแสหลักสนใจสร้างแต่ข่าวที่สามารถสร้าง ‘มูลค่า’ มากกว่าข่าวที่สร้าง ‘คุณค่า’

ผศ.ดร. เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ นักวิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อ กล่าวว่าการนำเสนอข่าว ‘เปรี้ยว’ มีความไม่เหมาะสมตามประเด็น SLVR คือ S (SEX)  เรื่องราวเกี่ยวกับเพศ มีความครบถ้วนเกี่ยวกับเพศมาก มีการพูดถึงสรีระของผู้ต้องหาและถูกนำมาเป็นประเด็นในการขายสินค้า โดยมีการพูดถึงเรื่องรูปร่างของผู้ต้องหาอย่างมากมายในโลกโซเชียล ถึงแม้สื่อกระแสหลักจะไม่ได้พูด แต่ได้มีการนำมาผลิตซ้ำด้วยการนำเสนอ อย่างเช่นสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่มีการนำเสนอคลิปที่มีลักษณะเซ็กส์โฟนของผู้ต้องหากับผู้ชายอีกคน และบรรยายว่ามีเสียงครางในคลิป เป็นต้น

L (Langguage) ในโลกโซเชียลมีเดียมีการใช้คำพูดแทนผู้ต้องหา เช่น  ‘น้อง’ หรือ ‘อี’ และคำอื่น ๆ โดยได้มีสมญานามเกิดชึ้นมากมาย แต่ภาษาที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ภาษาภาพ นำไปโพสต์ภาพนั่งอยู่กับกองเงินจำนวนมาก ภาพโชว์ใบหน้า เป็นสิ่งที่สื่อผลิตซ้ำอยู่บ่อยครั้ง เด็กวุฒิภาวะน้อยได้เสพสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบว่าทำแบบนี้แล้วรวย

V (Violence) ความรุนแรง สิ่งที่น่าแปลกคือสื่อไม่ได้นำเสนอเรื่องราวของเหยื่อที่ว่าได้รับความรุนแรงอย่างไร แต่สื่อเน้นที่จะบรรยายพฤติกรรมการก่อเหตุฆาตกรรมว่ามีขั้นตอนอย่างไร ทำให้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้เสียชีวิตถูกกลบลบหาย

R (Representation) ภาพตัวแทนที่สื่อนำเสนอผู้ต้องหาในภาพคือ    สวยเจ็บ สวยร้าย ลูกกตัญญู แต่ภาพตัวแทนหนึ่งที่สื่อยังไม่ได้นำเสนอ คือ มีบุคคลลักษณะผู้ต้องหาอีกมากหรือไม่ในสังคมไทย ที่ทำทุกอย่างเพื่อหาเงิน และทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดการยอมรับ โดยการโพสต์ภาพการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือการนำเสนอผู้ต้องหา ว่ายิ่งสวย ยิ่งร้าย จะยิ่งดัง

วิกฤตครั้งนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้สังคมต้องมีการเรียนรู้ร่วมกันว่าสื่อมวลชนวิชาชีพกับสื่อออนไลน์มีความต่างกันตรงไหน  แต่บังเอิญว่ากรณีนี้ยังไม่เห็นความต่างของวิธีการนำเสนอ  สิ่งที่สื่อวิชาชีพต้องมีวิธีนำเสนอในการกระตุกสังคม แยกแยะในการนำเสนอ อย่านำเสนอข่าวเพียงแค่ตามกระแสเพียงอย่างเดียว เพราะอาจจะเป็นการทำร้ายสังคมอย่างร้ายแรง

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ