ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หยิบยกปัญหาการนำเสนอข่าว “เปรี้ยว” ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม “แอ๋ม” มาสะท้อนการทำงานของสื่อมวลชน แต่คราวนี้ มีเป้าหมาย ตอกย้ำไปถึงความจำเป็น ที่จะต้องมีกฎหมายกำกับดูแลสื่อมวลชน โดยแนะให้สมาคมสื่อ ไปหาวิธีการดูแลกันเองให้ได้
ขณะที่วงเสวนา ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวานนี้ ที่จัดเสวนาหัวข้อ "ฆ่า หรือค่า สื่อกับความดราม่า รุนแรงในสังคมไทย" นักวิชาการหลายคน เห็นตรงกันว่ากระแสส่วนใหญ่ ไปไกลเกินกว่าเหตุ มาจากสื่อโซเชียล จนเกิดเป็นกระแสสังคม ทำให้สื่อหลัก ต้องตามกระแสและขยายประเด็นต่อเนื่อง การหยุดยั้ง ทำได้ยาก จึงต้องช่วยกันกระตุกเตือนสังคม และสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้บริโภคข่าวสาร
ไม่เพียงแต่ความเห็นของนายกฯและนักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของของสื่อเท่านั้น ในแวดวงตำรวจ ก็มีผลกระทบไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสารวัตร-รองผู้บังคับการทั่วประเทศ ประจำปี 2559 ด้วย เพราะตำรวจที่ติดตามจับกุมเปรี้ยว คือ พ.ต.ต.ไพรวัลย์ อายุวงษ์ สารวัตรสืบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ถูกย้ายไปเป็นสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ถือเป็นการลดชั้น จากเดิมเคยมีอำนาจสืบสวนจับกุม ทั้งอีสานตอนบน และคำสั่งจะมีผลในวันพรุ่งนี้ 9 มิถุนายน
หลังมีคำสั่ง ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจเป็นเพราะสื่อหลายสำนัก นำเสนอข่าวว่า พ.ต.ต.ไพรวัลย์และลูกน้องรวม 3 นาย ติดตามจับกุม “เปรี้ยว” กับเพื่อน ไปที่เชียงราย ก่อนข้ามแดนไปเมียนมาร์ จนสามารถเจรจารับมอบตัว ภายใต้ข้อตกลง ไม่ส่งตัว “ก้าว” หรือ ธวัชชัย อ้อมชมภู ที่พา “เปรี้ยว” กับเพื่อน ข้ามด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ไปให้ฝั่งไทย ในภาพจะเห็นวันสอบปากคำของ ผบ.ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติวันที่ 4 มิถุยายนที่ผ่านมา พ.ต.ต.ไพรวัลย์ยืนอยู่ด้านหลัง แต่การทำบัญชีโยกย้ายครั้งนี้ ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นปี จึงเป็นไปได้ว่า พ.ต.ต.ไพรวัลย์ อาจถูกเสนอโยกย้ายมาก่อนหน้า หรือไม่ก็ถูกย้าย เพราะการให้ข้อมูลและเนื้อหาในรายงานสื่อ กระทบกระทั่งตำรวจหน่วยอื่น และพาดพิงผู้บังคับบัญชาระดับสูง จนถูกมองว่า “ปีนเกลียว” ทำให้เขาถูกย้ายในวินาทีสุดท้าย แต่ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้หารือผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมให้ถอนคำสั่งย้ายพ.ต.ต.ไพรวัลย์แล้ว โดยให้คนที่ถูกแต่งตั้งมาแทนไปดำรงตำแหน่งอื่นในภาค 4 แทน
ส่วนความเคลื่อนไหวที่ขอนแก่นวันนี้ เริ่มบานปลาย เมื่อญาติ “แอ๋ม” เข้าแจ้งความเอาผิดนางประภาศิริ สมศรี พี่สาวเปรี้ยว ฐานหมิ่นประมาทนางประภาศิริ สมศรี พี่สาวเปรี้ยว ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ หลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ทำให้ได้รับความเกลียดชัง ที่ สภ.บ้านเป็ด จังหวัดขอนแก่น หลังให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ มี เนื้อหาทำนอง “แอ๋ม” ชอบไปกับเสี่ยที่มีรถหรูราคาแพง ทำให้ “แอ๋ม” ถูกมองเป็นคนไม่ดี ทั้งที่ไม่ได้ทำตัวเสียหายตามที่กล่าวหา ส่วนการดำเนินคดี พนักงานสอบสวน สภ.เขาสวนกวาง ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพิ่มอีก 1 ข้อหลังพบ ทั้งหมดเตรียมการล่วงหน้า 2-3 วัน
ขณะที่ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่สาวนางสาวจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ 1 ในผู้ต้องหา ขอความเป็นธรรม โดยระบุว่าถูกตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุ พร้อมนำหลักฐานภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด แสดงถิ่นที่อยู่ขณะเกิดเหตุ