จากกรณีที่ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดโดนปลอมเฟซบุ๊ก ซึ่งมิฉาชีพมีพฤติกรรมในลักษณะ คือ ตั้งเฟซบุ๊กชื่อผู้ว่าฯ พร้อมใส่รูปโปรไฟล์ผู้ว่าฯ จากนั้นส่งข้อความไปหลอกยืมเงินคนใกล้ชิดของผู้ว่าฯ ทำให้มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อหลายราย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่โดนปลอมเฟซบุ๊กไปแล้ว เริ่มจาก วันที่ 6 พ.ค. นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา มีผู้หลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 30,000 บาท , วันที่ 11 พ.ค. นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร โดนขอยืมเงินตั้งแต่ 1 หมื่นบาทไปจนถึง 5 หมื่นบาท ,
ต่อมา วันที่ 15 พ.ค. นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดตามเพจดังกล่าวประมาณ 250 คน , วันที่ 27 พ.ค. นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี สร้างเฟซบุ๊กปลอม โดยใช้ชื่อของตัวเองยืมเงินกำนันและผู้ใหญ่บ้าน โดยอ้างว่า เดือดร้อนเรื่องเงิน , วันที่ 4 มิ.ย. นายวีรศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร โดยจะขอยืมเงินฉุกเฉินรายละ 3 หมื่นถึง 1 แสนบาท , วันที่ 6 มิ.ย. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้หลอกให้บุคคลอื่นโอนเงินเข้าไปในบัญชีธนาคารจำนวน 4 หมื่น ถึง 5 หมื่นบาท
ทั้งนี้ยังมีผู้ว่าราชการจังหวัด อีก 11 ราย ที่ถูกปลอมเฟซบุ๊กด้วย ซึ่งมิจฉาชีพมีพฤติกรรมคล้าย ๆ กัน ได้แก่ วันที่ 15 พ.ค. ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี , วันที่ 16พ.ค. ผู้ว่าฯ ภูเก็ต , วันที่ 19 พ.ค. ผู้ว่าฯ สตูล , วันที่ 19 พ.ค. ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ , วันที่ 24 พ.ค. ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช , วันที่ 28 พ.ค. ผู้ว่าฯ ระยอง , วันที่ 31 พ.ค. ผู้ว่าฯ พัทลุง , วันที่ 2 มิ.ย. ผู้ว่าฯ ตรัง , วันที่ 3 มิ.ย. ผู้ว่าฯ เลย , วันที่ 3 มิ.ย. ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ , วันที่ 6 มิ.ย. ผู้ว่าฯ พะเยา
วันนี้ (9 มิ.ย.60) ทางผู้สื่อข่าวนิวมีเดีย PPTV ได้สอบถามไปยัง นายณัฐ พยงค์ศรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ โดยให้ข้อมูลว่า การปลอมเฟซบุ๊กนั้นมีหลายกรณี เช่น การปลอมโดยที่เจ้าของเดิมมีเฟซบุ๊กอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ หรือไม่เคยใช้งาน ซึ่งอาจเปิดให้คนทั่วสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยมิจฉาชีพสามารถก็อปรูปไปสร้างโปรไฟล์ปลอม และพยายามชักชวนเพื่อนที่มีอยู่ในแอคเค้าท์เจ้าของเฟซบุ๊กเดิม เพื่ออ้างว่าเป็นอีกโปรไฟล์หนึ่งของเจ้าของตัวจริง ทำให้ผู้เสียหายมีความสับสนได้ ส่วนอีกกรณีหนึ่ง เจ้าตัวไม่เคยมีแอคเค้าท์เฟซบุ๊ก มิจฉาชีพก็จะสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา โดยที่เจ้าของตัวจริงยังไม่ทราบและไม่เคยเข้าเฟซบุ๊กมาเช็คเลย จึงทำให้มิจฉาชีพสวมรอยว่าเป็นแอคเค้าท์เฟซบุ๊กเจ้าของตัวจริง ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
โดยวัตถุประสงค์ของมิจฉาชีพเหล่านี้ มักจะเป็นแบบแฟนคลับ หรือเพื่อนำไปกระทำการเรื่องไม่ดี เช่น หลอกเอาเงิน ยืมเงิน หรือหลอกขายของ ส่วนการป้องกัน ควรตั้งระบบเพื่อนให้ปิดการมองเห็นจากบุคคลภายนอก รวมทั้งข้อความและรูปภาพ ควรเปิดให้เห็นเฉพาะกลุ่มเพื่อน อย่าเปิดในลักษณะที่เป็นสาธารณะ (public) ยกเว้นจะแชร์ข้อมูลข่าวสารเรื่องทั่วไป ถ้าเป็นรูปส่วนตัวแนะนำให้ตั้งค่าให้เห็นแค่เฉพาะเพื่อนเท่านั้น เพราะมิจฉาชีพส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มที่ไม่ใช่เพื่อน
ในกรณีที่โดนปลอมเฟซบุ๊กให้เจ้าของเฟซบุ๊กตัวจริงนำหลักฐาน ได้แก่ รูปบัตรประชาชนที่เป็นสี หรือพาสปอร์ต เพื่อนำไปแจ้งความดำเนินคดี และในกรณีโดนหลอกขายของให้ผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เช่น การโอนเงิน จากนั้นนำไปแจ้งความ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายไป
สำหรับความผิดตามกฎหมายของการปลอมเฟซบุ๊ก ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ใน มาตรา 14 (1) ผู้ใดกระกระทำผิดโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 16 ระบุว่า ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้นตัดต่อเติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่น โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท