เมื่อวานนี้ ( 12 มิ.ย.60) ทีมข่าว PPTV เปิดเผยเอกสารจากสถานีรถไฟหลายแห่ง ว่า หมึกพิมพ์ตั๋วที่เบิกมาใช้ ใช้งานได้น้อยลงกว่าลงเดิมมากอย่างผิดปติ จากที่หมึกหนึ่งตลับ สามารถพิมพ์ตั๋วได้ 13000 – 15000 ฉบับ กลับพิมพ์ได้เพียงประมาณ 3500 ฉบับ และจากที่หมึกพิมพ์หนึ่งตลับ เคยใช้งานได้ 1 เดือน กลับใช้ได้เพียง 4-7 วัน ก็กลายเป็นสีจาง และเมื่อตรวจสอบจากคำร้อง กลับไปพบว่า สาเหตุที่หมึกเสื่อมคุณภาพ อาจเป็นเพราะ ในช่วงปี 2557-2558 มีการทำเอกสารขอจัดซื้อหมึกพิมพ์จำนวนมาก โดยนายนิกร ล้อมเวียง หัวหน้าหมวดบริหารสัญญา Star-2 สังกัดงานบริการโดยสาร โดยในเดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม 2558 มีเอกสารขอจัดซื้อถึง 18 ฉบับ เป็นการขอจัดซื้อ 10 วัน ต่อครั้ง ครั้งละ 562 ตลับ โดยอ้างว่า หมึกที่ใช้อยู่ “ใกล้หมด” แล้ว
ทั้งที่ตามความจำเป็น การรถไฟเคยจัดซื้อหมึกพิมพ์แบบเดียวกัน 3 เดือนต่อ 1 ครั้งเท่านั้น โดยซื้อครั้งละ 562 ตลับเท่ากัน เพราการอนุมัติซื้อแต่ละครั้ง ผู้ลงนาม มีสิทธิเซ็นอนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน 1 แสนบาท และจะจัดซื้อเพิ่มก็ต่อเมื่อเหลือของในสต็อกน้อยกว่า 3600 ตลับ เพราะจะไม่จัดซื้อมาเก็บไว้มากๆ เนื่องจากหมึกจะเสื่อมคุณภาพ
แต่ช่วงที่นายนิกร ขอจัดซื้อ มีของเหลือในสต็อกจริงมากกว่า 12000 ตลับ เพราะนายนิกร ทำเรื่องขอจัดซื้อแบบซอยซื้อหลายครั้ง แบบเดียวกันนี้มาแล้ว 2 รอบ ตั้งแต่ปี 2557 ทำให้มีหมึกพิมพ์ตั๋วรถไฟ ที่ถูกซื้อมาตุนไว้ ใช้งานได้ไปอีก 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังขอซื้อเพิ่มอีก 18 ครั้ง จึงทำให้ถูกตรวจสอบ และถูกระงับไว้ในล็อตที่ 3 แต่หมึกที่ซื้อมาแล้ว ก็ถูกเก็บไว้นาน และถูกจัดเก็บในห้องเก็บของไม่ใช้แล้ว จนทำให้เสื่อมคุณภาพ
ทีมข่าว PPTV พบเอกสารสำคัญ ที่ลงชื่อโดยนายอภิชาติ ฉัตรเกษ หัวหน้างานบริการโดยสาร หรือ หัวหน้างานของนายนิกร ซึ่งทำหนังสือชี้แจงยืนยันว่า ไม่เคยเห็นเอกสารการขอจัดซื้อของนายนิกร เพราะนายนิกร นำเอกสารไปให้หัวหน้างานอีกหน่วยหนึ่งเซ็นอนุมัติแทน และวันนี้ ทีมข่าวของเรา ไปพบนายอภิชาติ คนนี้
อ่านต่อ...เปิดห้องเก็บหมึกพิมพ์ตั๋วรถไฟล้นสต็อก จนท.ยืนยันใช้ไปหมดแล้ว
อ่านต่อ.. พิสูจน์บทบาท จนท.การรถไฟฯ จัดซื้อหมึกพิมพ์ตั๋วรถไฟล้นสต็อก