เผยเอกสารลับ “คนอีกกลุ่ม” เรียกค่านายหน้า “ซื้อหมึกพิมพ์ตั๋วรถไฟ”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังทีมข่าว PPTV เปิดประเด็นความผิดปกติ ในการจัดซื้อหมึกพิมพ์ตั๋วรถไฟเมื่อปี 2557 – 2558 ที่พบเอกสารว่า ถูกจัดซื้อมากผิดปกติจนล้นสต็อก แต่ล่าสุด ทีมข่าวพบข้อมูลอีกด้านว่า การซื้อหมึกที่มีปัญหา อาจไม่ได้มีจุดเริมต้นจากการสั่งซื้อจำนวนมากจนล้นสต็อก แต่เราพบข้อมูลใหม่ว่าก่อนหน้าจะมีการจัดซื้อหมึกพิมพ์ล็อตใหญ่ครั้งนี้ กลับมีผู้ที่ปฏิบัติงานในหน้าที่ประสานกับบริษัทจำหน่ายหมึก เคยเรียกรับค่าคอมมิชชั่น จากการซื้อหมึก โดยใช้วิธีการทำเอกสารจ่ายเงินค่าสินค้าล่าช้าหลายเดือน จนผู้จำหน่ายหมึกพิมพ์ ต้องยอมจ่า

เอกสารลับของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมของลูกจ้างการรถไฟฯรายหนึ่ง ในหมวดบริหารสัญญา Stars-2 ซึ่งถูกบริษัทอัลต้า วิสต้า ผู้จำหน่ายหมึกพิมพ์ตั๋วรถไฟ ร้องเรียนว่า มีพฤติกรรมเรียกร้องเงินค่าคอมมิชชั่น 10 % จากค่าขายหมึกพิมพ์ให้การรถไฟ จนต้องต่อรองเหลือ 5 หมื่นบาท และจ่ายไปเพียง 1 หมื่นบาท จำนวน 2 ครั้ง ในรายงานฉบับนี้ อัลต้า วิสต้า ผู้จำหน่ายหมึก ร้องเรียนด้วยว่า เหตุผลที่ต้องยอมจ่ายค่าคอมมิชชั่น เป็นเพราะลูกจ้างการรถไฟคนนี้ ไม่ยอมทำเอกสารใบจ่ายค่าหมึกที่รับของไปแล้ว โดยบางรอบใช้เวลาทำเอกสารนานถึง 320 วัน และมีคำขู่ว่าหากไม่จ่าย จะไม่ทำเรื่องซื้อขายให้อีก

สำเนาบัตรประชาชนของนางสาวรัตนาภรณ์ หนูคง อดีตพนักงานลูกจ้างหมวดบริหารสัญญา Stars-2 ที่รับรองพร้อมลายเซ็นว่าได้รับเงินค่าคอมมิชชั่น หรือ ค่านายหน้า จำนวน 1 หมื่นบาท เป็น 1 ในเอกสารที่ตัวแทนบริษัท อัลต้าวิสต้า ใช้ประกอบเรื่องร้องเรียนการรถไฟฯอ้างว่าถูกนางสาวรัตนาภรณ์เรียกรับผลประโยชน์ระหว่างที่รับตำแหน่ง

ในระหว่างการสอบสวน ลูกจ้างการรถไฟ ที่ถูกกล่าวหาคนนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้เซ็นรับค่าคอมมิชชั่น โดยไปเซ็นในบันทึกถ้อยคำสอบสวน ด้วยลายมือแบบตัวบรรจง ทำให้เห็นว่า ลายเซ็นต่างกัน แต่อัลต้า วิสต้า ยังมีใบแจ้งความที่ยืนยันว่าลายเซ็นของลูกจ้างการรถไฟคนนี้เป็นของจริง พร้อมแนบเอกสารเปรียบเทียบลายเซ็นของนางสาวรัตนาภรณ์ กับลายเซ็นในใบลงเวลาทำงานตามปกติ ซึ่งมีรูปแบบเหมือนกับที่เซ็นในสำเนาบัตรประชาชน ไม่ใช่ตัวบรรจง ตามที่เธอเซ็นในบันทึกถ้อยคำ

ทีมข่าว PPTV ยังพบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เรื่องการกล่าวหานางสาวรัตนาภรณ์ โดยตั้งกรรมการเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 และมีกำหนดสอบสวนให้แล้วเสร็จใน 30 วัน แต่มาจนถึงวันนี้ เป็นเวลาประมาณ 7 เดือนแล้ว ยังไม่สรุปผลการสอบสวน

ส่วนเอกสารจัดซื้อหมึกพิมพ์ 18 ฉบับ ที่นายนิกร ล้อมเวียง หัวหน้าหมวดบริหารสัญญาในสมัยนั้นจัดทำขึ้น เพื่อสั่งซื้อหมึกพิมพ์จำนวนมาก เมื่อปี 2558 และมีตัวเลขเรียงต่อเนื่องกัน แหล่งข่าวในการรถไฟ โต้แย้งด้วยว่า อาจจะเป็นเทคนิคจัดซื้อล็อตเดียว แต่ต้องซอยซื้อเพราะอนุมัติได้เพียงครั้งละ 1 แสนบาท ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ แต่ต้องรอผลการสอบสวนด้วยว่า มีเจตนาแสวงหาประโยชน์หรือไม่  และยืนยันด้วยว่า การเรียกรับค่าคอมมิชชั่น เกิดขึ้นก่อนที่นายนิกร จะเข้ามาบริหารงานส่วนนี้ และไม่พบการร้องเรียนเรียกรับค่านายหน้า ในยุคของนายนิกร

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ