วันนี้ (16 มิ.ย. 60) นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวประเด็นการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วง บางซื่อ-รังสิต ที่ล่าช้ากว่ากำหนดเวลาและงบประมาณ บานปลาย สืบเนื่องมาจาก วันที่16 ตุลาคม 2550 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้าง โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต ด้วยงบประมาณ จำนวน 59,888 ล้านบาท ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติปรับกรอบวงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น จำนวน 75,548 ล้านบาท เนื่องจาก องกรค์ความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่ม (JICA) กำหนดเงื่อนไขในการให้เงินกู้โดยให้รวมค่างานจัดซื้อตู้รถไฟฟ้าเข้าไปด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีขบวนรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแก่ประชาชน โดยแบ่งดำเนินการออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างงานโยธาสถานีกลางบางซื่อ และศูนย์ซ่อมบำรุง สัญญาที่ 2 งานโยธาสำหรับทางรถไฟช่วงบางซื่อ-รังสิต
สัญญาที่ 3 งานระบบราง อาณัติสัญญาณ และขบวนรถไฟฟ้า
หลังจากที่ประกวดราคาครบทั้ง 3 สัญญา คณะรัฐมนตรีได้มติอนุมัติปรับกรอบวงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นอีก จำนวน 93,950 ล้านบาท โดยแยกเป็นช่วงบางซื่อ-รังสิต 88,003 ล้านบาท และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน 5,947 ล้านบาท เนื่องจากการปรับราคาให้เป็นปัจจุบัน ณ ช่วงเวลาที่ประกวดราคา และการแก้ไขแบบ
นายอานนท์ กล่าวต่ออีกว่า ประเด็นที่การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้บริษัทเอกชนเป็นจำนวนเงิน 800 ล้านบาท นั้น เนื่องจากเป็นเงินที่ผู้รับจ้างขอชดเชยจากการขยายอายุสัญญาเนื่องจากการปรับรูปแบบการก่อสร้าง และการติดขัด การรื้อย้ายท่อน้ำมันบริเวณสถานีกลางบางซื่อ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา ยังไม่ได้มีการจ่ายค่าชดเชยให้ผู้รับจ้างแต่อย่างใด ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ การรถไฟฯ จะดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขออนุญาตใช้พื้นที่ ๆ มีการส่งมอบล่าช้าต่อไป