ผลการนับคะแนนจนถึงขณะนี้ชี้ว่า พรรคลา เรปูบลิก ออง มาร์ช ของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง จะครองเสียงข้างมากในสภา โดยคาดว่า พรรคออง มาร์ช และพรรคโมเด็ม ซึ่งเป็นพันธมิตร จะได้ที่นั่งรวมกันระหว่าง 355-425 ที่นั่ง จากทั้งหมด 577 ที่นั่ง
ด้านพรรคอนุรักษ์นิยม อดีตพรรครัฐบาล ได้เก้าอี้ไปประมาณ 97-133 ที่นั่ง ส่วนพรรคเนชันนัลฟรอนต์ของนาง มารีน เลอเปน คว้าไป 4-8 ที่นั่งเท่านั้น โดย เลอเปน ได้รับเลือกเข้าไปนั่งในสภาเป็นครั้งแรก
ขณะที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิในครั้งนี้ ถือว่าน้อยเป็นประวัติการณ์ เพียง 42 เปอร์เซ็นต์ โดยเชื่อว่า ฐานเสียงของพรรคการเมืองอื่นถอดใจไม่มาเลือกตั้ง เพราะคิดว่าต่อให้ออกไปใช้สิทธิ ก็ไม่มีทางชนะพรรคของ “มาครง” ได้
เนื่องจากชาวฝรั่งเศสเชื่อว่า พรรคของ มาครง จะครองเสียงข้างมากอยู่แล้ว พวกเขาจึงไม่ได้ตื่นเต้นกับผลที่ออกมามากนัก แต่มองว่า เป็นสัญญาณบวกในการพัฒนาประเทศ เพราะการครองเสียงข้างมากจะทำให้ มาครง เดินหน้านโยบายที่เค้าหาเสียงได้ง่ายขึ้น ขณะที่คนรุ่นใหม่ เชื่อว่า จะเห็นอนาคตสดใสเรื่องการจ้างงาน
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ที่ไม่ออกมาใช้สิทธิถึง 57 เปอร์เซ็นต์ สร้างความกังวัลถึงผลกระทบในการทำงานของ มาครง ในอนาคตที่อาจราบรื่นอย่างที่คิด โดยเฉพาะความร่วมมือกับสหภาพแรงงาน
ด้านสื่อเยอรมันขานรับชัยชนะของประธานาธิบดีหนุ่มด้วยความยินดี โดยเรียก มาครง ว่า unstoppable หรือ บุคคลที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมัน เปิดตลาดวันนี้ ที่ 12,848 จุด เกือบแตะระดับสูงสุด เช่นเดียวกับ Nikkei ของญี่ปุ่น ที่ปรับเพิ่มขึ้น 0.6 เปอร์เซ็นต์