พลเรือโท พรชัย ปิ่นทอง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 2 หรือ ศรชล. เขต 2 ระบุว่า ได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลประเทศมาเลเซียให้ทราบแล้ว เพื่อติดตามจับกุมเรือโจรสลัดที่ปล้นเรือบรรทุกน้ำมันของไทยในน่านน้ำมาเลเซีย รวมทั้งกรณีเกิดเหตุการณ์ปล้นเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า ของไทย ที่เดินเรือผ่านน่านน้ำในพื้นที่ของประเทศมาเลเซีย พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้เรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าที่เดินเรือเข้าพื้นที่เฝ้าระวังและแจ้งพิกัดเรือให้หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลทั้งสองประเทศทราบเป็นระยะเพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันหากถูกโจรสลัดปล้นเรือ
ทัพเรือภาคที่ 2 ได้ส่งเรือหลวงตากใบ พร้อมทีมสหวิชาชีพทั่งเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าดำเนินการตรวจเยี่ยมและสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่าน เรือบรรทุกน้ำมัน CP41 กำลังเดินทางถึงในน่านน้ำประเทศมาเลเซีย ได้มีกลุ่มชายไม่ทราบสัญชาติอย่างน้อย 6-7 คน ขึ้นมาบนเรือและได้จับลูกเรือรวม 17 คน มัดมือ และได้ทำลายอุปกรณ์เดินเรือ วิทยุติดต่อสื่อสาร รวมทั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานความมั่นคงใกล้เคียง จากนั้นได้ดำเนินการรื้อค้นทรัพย์สินมีค่าของเรือและลูกเรือและนำติดตัวไปหลายรายการ รวมทั้งได้ทำการสูบถ่ายน้ำมันดีเซลของเรือไปกว่า 1 ล้าน 5 แสนลิตร แล้วจึงหลบหนีไปกับเรือที่มาขนถ่ายน้ำมัน
ด้านพลเรือเอก จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ ระบุเรือบรรทุกน้ำมัน CP 41 สัญชาติไทย ใช้เส้นทางเดินเรือสุจริต ใบอนุญาตถูกต้อง ซึ่งเมื่อเกิดเหตุนอกน่านน้ำไทย และได้รับแจ้งเตือนจากศูนย์รับแจ้งเหตุบริเวณช่องแคบมะละกา จึงได้ส่งเรือหลวงตากใบ เข้าช่วยเหลือทันที ส่วนข้อสังเกตว่า เรือ CP 41 ถูกตัดสัญญาณการสื่อสารได้อย่างง่ายเกินไปนั้น โฆษกกองทัพเรือยืนยันว่า การตัดสัญญาณการสื่อสารของเรือถือเป็นกลวิธีหนึ่งของเรือโจรสลัดที่จะต้องทำเป็นอันดับแรกในการปล้น ซึ่งที่ผ่านมามีข้อมูลว่าการตัดสัญญาณการสื่อสารมีจำนวนมาก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ