นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบงบประมาณ 1,581 ล้านบาท เพื่อให้กรมบัญชีกลางจัดทำบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ตามโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะออกบัตรให้ตามจำนวนสิทธิ์ผู้มีรายได้น้อยหลังจากที่ตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จสิ้นแล้ว จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 14.1 ล้านคน โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไป
สำหรับบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยจะมีลักษณะ 2 ชิปการ์ดในบัตรเดียว มีแถบแม่เหล็ก มีรูปแสดงตัวตน แบ่งเป็น ชิปตัวแรกใช้บริการขนส่งคมนาคม ชำระค่าบริการ เช่น รถไฟ ขสมก. บขส. เป็นต้นและจะเชื่อมกับระบบตั๋วร่วมแมงมุมของกระทรวงคมนาคมด้วย ส่วนชิปตัวที่ 2 จะใช้ร่วมกับเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และใช้ชำระค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ซื้อสินค้าร้านธงฟ้า ซื้อก๊าซหุงต้ม และสามารถใช้ร่วมกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือ อี มันนี่ ได้อีกด้วย โดยสามารถเติมเงินเข้าไปได้หากจำนวนเงินในบัตรที่ทางรัฐบาลอุดหนุนสวัสดิการใช้ครบตามวงเงิน
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ครม.ยังอนุมัติงบประมาณ 124 ล้านบาท ให้กรมบัญชีกลางจัดทำบัตรรักษาพยาบาลข้าราชการ จำนวน 4.5 ล้านใบให้กับข้าราชการและบุคคลในครอบครัวของข้าราชการ ซึ่งยังคงได้รับสิทธิ์ตามเดิม โดยการจัดทำบัตรในครั้งนี้เพื่อเป็นการอุดรูรั่วของงบประมาณเรื่องค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหารักษาซ้ำซ้อน และเวียนรับยาหลายรอบทำให้รัฐบาลต้องอุดหนุนงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มขึ้น 4,000 - 5,000 ล้านบาท หรือตกปีละ 7 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ บัตรรักษาพยาบาลข้าราชการจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.60 เป็นต้นไปเช่นเดียวกัน โดยจะได้รับบัตรจากกรมบัญชีกลางใช้เพื่อแสดงเวลาจะรักษาพยาบาล เพื่อเบิกจ่ายตรง และในอนาคตจะมีการตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ว่าใช้รักษาจริงหรือไม่ รวมถึงยังมีการตรวจสอบตามเงื่อนไขที่ทางกรมบัญชีกลางกำหนดว่ามีการเบิกจ่ายตามการรักษากี่ครั้งและเป็นจำนวนเงินเท่าไร เพื่อไม่ให้มีการทุจริตเรื่องรักษาพยาบาลเหมือนในอดีต
"บัตรทั้งรักษาพยาบาลข้าราชการและบัตรสวัสดิการคนจน จะมีรวมกันทั้งหมดเกือบ 20 ล้านใบ เริ่มใช้พร้อมกัน 1 ต.ค.60 โดยบัตรรักษาพยาบาลข้าราชการยังคงได้รับสิทธิ์ตามเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยจะมีการใส่เงินไว้ให้ส่วนหนึ่งเพื่อลดค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อย และสามารถเติมเงินเข้าไปในบัตรได้เพิ่มเพื่อใช้จ่ายผ่านอิเล็กทรอกนิกส์และค่าบริการ ในทั้งระบบออนไลน์และไม่ออนไลน์"