สำหรับภารกิจอื่นของทรัมป์ซึ่งร่วมการประชุม G20 เป็นครั้งแรก ทรัมป์ก็เดินสายประชุมระดับทวิภาคีกับผู้นำจากชาติต่างๆ เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการพบกันครั้งแรกกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งปูตินกับทรัมป์คุยกัน 2 ชั่วโมงรวด ซึ่งถือว่านานมาก ทรัมป์ได้เผยรายละเอียดการหารือในทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่าคุยกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสงครามในซีเรีย หรือแม้แต่ประเด็นที่รัสเซียถูกกล่าวหาว่าแทรกแทรงการเลือกตั้งสหรัฐ ทรัมป์ บอกว่าเขาถาม ปูตินต่อหน้าถึงสองครั้ง ซึ่งปูตินก็ปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ทรัมป์ยังคุยกับปูตินเรื่องความร่วมมือ ในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในประเทศซีเรีย แล้วก็ประกาศว่าตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาจะร่วมมือกับรัสเซียอย่างสร้างสรรค์
นอกจากจะพบกับผู้นำรัสเซียแล้ว ทรัมป์ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประธานาธิบดีจีน จนมาเป็นประเด็น พอเขาพบกับ ลีเซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เพราะทรัมป์ไปเขียนลงทวิตเตอร์ว่า ประชุมอยู่กับ นาย โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่งเขาก็แก้ไขให้ถูกต้องแล้วในเวลาต่อมา
ส่วน นาง อิวังก้า ทรัมป์ ลูกสาวของประธานาธิบดี ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วย เพราะทรัมป์ ส่งเธอไปเป็นตัวแทนของเขาในการประชุม G20 โดยอิวังก้า อายุ 35 ปี ซึ่งมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดี ต้องรับหน้าที่เป็นตัวแทนสหรัฐอเมริกาในเวทีประชุมระดับโลก ฝ่ายที่วิจารณ์ก็บอกว่า ทรัมป์ให้ลูกสาวที่ไม่ได้ถูกเลือก ขาดประสบการณ์ และ ขาดคุณวุฒิ
ส่วนใจความสำคัญของการประชุม G20 ครั้งนี้ คือความโดดเดี่ยวเดียวดายของสหรัฐในเวทีการประชุมระดับโลก เหล่าผู้นำจากกลุ่มประเทศ G20 ยกเว้นสหรัฐ ออกแถลงการณ์ร่วม รับทราบการตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลงปารีสเรื่องความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน
นาง อังเกลลา เมอร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีบอกว่า เธอรู้สึกเสียใจจากการตัดสินใจถอนตัวของสหรัฐ ออกจากข้อตกลงปารีส แต่ยืนยันว่านอกจากสหรัฐฯแล้ว ทุกประเทศเห็นพ้องว่าข้อตกลงปารีสไม่สามารถต่อรองหรือว่าเปลี่ยนแปลงได้