กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ได้เปิดเผยรายงานที่น่าตกใจว่า นักท่องเที่ยวอาจจะรับประทานเนื้อสุนัขไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้ แม้ว่าทางการบาหลีจะไม่ได้ห้ามการบริโภคเนื้อสุนัข แต่การขายให้กับนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้เรื่องก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควร นอกจากนี้ ยังมีการลักลอบค้าเนื้อสุนัขอย่างผิดกฎหมายอีกด้วย จากการสืบสวนนานร่วมเดือนขององค์กรพิทักษ์สัตว์ออสเตรเลีย (Animals Australia) ที่เฝ้าสังเกตกระบวนการผลิตเนื้อสุนัขตั้งแต่การจับ การชำแหละ จนไปถึงผู้ค้าริมทาง พบว่าแต่ละปีมีสุนัขถูกฆ่าเพื่อเป็นอาหารมากกว่า 1 แสนตัว ด้วยวิธีที่โหดร้าย และไม่ถูกสุขลักษณะ
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการเกาะบาหลี นายมังกู ปาสติกา ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องที่สุนัขถูกทารุณ และเรื่องที่มีการขายเนื้อสุนัขตามถนนให้กับนักท่องเที่ยวว่าข่าวที่เผยแพร่บนสังคมออนไลน์ไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งตนได้ทำการตรวจสอบแล้ว พร้อมยืนยันว่า เนื้อย่างเสียบไม้ อาหารขึ้นชื่อนั้น ไม่ได้ทำจากเนื้อสุนัขแต่อย่างใด
ขณะที่ ลินดา บูลเลอร์ ผู้ก่อตั้งศูนย์รับอุปถัมภ์และเยียวยาสุนัขบนเกาะบาหลี บอกว่า ชาวบาหลีส่วนใหญ่ไม่มีประเพณีในการรับประทานเนื้อสุนัข เพราะนับถือศาสนาฮินดู แต่การย้ายถิ่นฐานเข้ามาของคนกลุ่มอื่นทำให้มีการบริโภคเนื้อสุนัข และการซื้อขายเนื้อสุนัขเองก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นหลังจากที่ผู้คนเริ่มแอบจับสุนัขไปขายให้กับผู้ค้า เป็นรายได้เสริม
ทั้งนี้ กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิสัตว์หลายกลุ่ม ในบาหลี เตรียมที่จะหารือกับทางการบาหลีภายในเดือนนี้ เพื่อเรียกร้องให้ยุติการซื้อ-ขายเนื้อสุนัข สำหรับเนื้อสุนัข เป็นอาหารที่นิยมอย่างมากในหลายพื้นที่ของประเทศอินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆ เช่น จีนและเวียดนาม