เกาหลีใต้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วตั้งแต่ปี 1996 แต่เพียง 7 ปีให้หลังก็กลายเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว หนึ่งในตัวการสำคัญคือสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ภาพผู้คนที่เร่งรีบไปทำงานตอนเช้าหรือไฟออฟฟิศที่ยังสว่างไสวแม้เวลาใกล้เที่ยงคืน สะท้อนวัฒนธรรมการทำงานและสังคมปัจจุบันของเกาหลีได้เป็นอย่างดี
จากการได้พูดคุยกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังศึกษามหาวิทยาลัยอันดับ 1 และเป็นมหาวิทยาลัยในฝันของชาวเกาหลี อย่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล พวกเขาบอกว่าชีวิตของคนเกาหลีนั้นเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดตั้งแต่ช่วงการเรียน เพื่อทำคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ดีๆเพราะเชื่อว่าเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จในชีวิต
ความกดดันเหล่านี้ทำให้เด็กเกาหลีบางคนที่ฐานะครอบครัวเอื้ออำนวย ตัดสินใจไปเรียนต่อในต่างประเทศ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดี บางคนก็ต้องทนอยู่กับความกดดัน บางคนรับความกดดันไม่ไหว ตัดสินใจจบชีวิตตนเอง การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนวัยหนุ่มสาวชาวเกาหลีอายุไม่เกิน 40 ปี
รัฐบาลเกาหลีเองก็ได้ตระหนักถึงวิกฤตในเรื่องนี้ จึงได้จัดตั้งแผน 5 ปีในการแก้ปัญหาสุขภาพจิต สนับสนุนให้มีการตรวจในระยะแรกเริ่มและรณรงค์สร้างความเข้าใจให้กับคนในสังคมต่อผู้ป่วยสุขภาพจิต นอกจากรัฐแล้ว องค์กรเอกชนก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเยียวยาคนในสังคม เช่น การเปิดบริการทดลองตาย มีขั้นตอนที่หลากหลายตั้งแต่ถ่ายภาพเพื่อใช้เป็นภาพหน้าโลงศพ เขียนพินัยกรรม และที่เป็นไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมนี้ก็คือการเข้านอนในโลงศพที่ปิดฝาเป็นเวลา 10 นาที
หัวใจหลักของการทดลองตาย จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่สิ้นหวัง ท้อแท้ หรืออยากค้นหาความหมายของชีวิตได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ ได้สัมผัสช่วงเวลาแห่งความสงบนิ่งและย้อนคิดถึงการใช้ชีวิตที่ผ่านมา เพราะบางที โลกที่หมุนเร็ว ความก้าวหน้า ความสะดวกสบาย อาจทำให้เราหลงลืมสิ่งง่ายๆอย่างความฝัน ที่เป็นพื้นฐานหล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์