เณรคำ “แถ”กลางศาลสหรัฐฯ ก่อนถูกส่งตัวกลับไทย 

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผ่านมากว่า 4 ปี คดีของเณรคำอาจมีหลายคนลืมเลือนไปบาง พีพีทีวี รวบรวมสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้เพื่อสรุปภาพรวมก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนของกระบวนยุติธรรม  หลังอัยการแถลงยืนยันว่า สหรัฐฯส่งมอบตัวเณรคำให้กับทางการไทยเป็นที่เรียบร้อย 

ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า  ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ของวันนี้ ตามเวลาไทย นายวิรพล สุขผล หรือ เณรคำ อยู่ระหว่างการเดินทางกลับประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอัยการสูงสุด และดีเอสไอ เดินทางไปรับตัว  กำหนดเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 22.00น. หลังเณรคำถูกคุมตัวถึงไทย หน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด จะสิ้นสุดลง เพราะตามกระบวนการมีหน้าที่แค่การประสานงานส่งผู้ร้ายข้ามแดน ส่วนการดำเนินคดีหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของดีเอสไอเจ้าของคดี

นายวิรพล สุขผล หรือที่รู้จักในชื่อ เณรคำ เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี เริ่มบวชเณรตั้งแต่ปี 2537 และบวชพระในปี 2542 เคยเป็นประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ โดยเณรคำมีชื่อเสียงมากขึ้น เพราะ อ้างว่าสามารถนิมิตรถึงพระอินทร์และพญานาคได้

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ เณรคำกลายเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2556 หลังมีผู้เผยแพร่คลิปพระสงฆ์ สวมแว่นดำ นั่งเครื่องบินส่วนตัว หนึ่งในนั้น คือ เณรคำ นอกจากนี้ยังพบอีกหลายคลิปที่แสดงให้เห็นว่าเณรคำใช้ชีวิตหรูหรา 

จากนั้นไม่นาน โลกออนไลน์เผยแพร่ภาพผู้ชายหน้าตาคล้ายเณรคำ หลับนอนอยู่กับผู้หญิง พร้อมข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชายคนดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวอายุ 14 ปีและมีลูกด้วยกัน ต่อมาเณรคำอ้างว่าเป็นน้องชายที่หน้าเหมือนเท่านั้น

ช่วงประมาณเดือน มิถุนายน 2556 นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความเข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม หลังพบว่า เณรคำ มีพฤติการณ์อวดอุตริมนุสธรรมว่ามีอภินิหารเพื่อฉ้อโกงเงินบริจาคจากประชาชน พร้อมขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ ส่วนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้ามาร่วมตรวจสอบเงินในบัญชีธนาคารของเณรคำหลายสิบบัญชี จนพบว่า มีเงินหมุนเวียนเป็นหลักร้อยล้านบาท

ถัดจากนั้น วันที่ 5 กรกฎาคม 2556 ดีเอสไอรับคดีของเณรคำเป็นคดีพิเศษ และสืบหาข้อมูลจนพบ ปลายซิการ์ที่เณรคำเคยสูบและใช้ลูกศิษย์ไว้บูชา เจ้าหน้าที่จึงนำไปตรวจหาดีเอ็นเอ พบว่าในเศษซิการ์มีคราบน้ำลายตรงเยื่อบุกระพุ้งแก้มของเณรคำติดอยู่ เมื่อตรวจสอบพบว่ามีดีเอ็นเอตรงกับเด็กชายที่เป็นลูกของผู้หญิง โดยผู้หญิงคนดังกล่าวยอมรับว่าเคยมีเพศสัมพันธ์กับเณรคำตั้งแต่อายุ 14 ปี  ถือเป็นที่มาทำให้วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 ดีเอสไอ ยื่นขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ เณรคำ ในข้อหากระทำชำเรา พรากผู้เยาว์ เป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี 

ส่วนประเด็นฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ดีเอสไอ พบว่า เณรคำ สั่งให้ลูกศิษย์ทำเว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลชวนเชื่ออวดอ้างอภินิหาริย์เพื่อให้ประชาชนเลื่อมใสศรัทธา นำไปสู่การทำบุญและบริจาคเงิน โดยอ้างว่าจะนำไปสร้างสาธารณประโยชน์ เช่น ครั้งหนึ่งเณรคำ อ้างว่านิมิตรเห็นพระอินทร์ซึ่งสั่งให้สร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดหน้าตัก 15 เมตร สูง 18.5 เมตร ก่อนการก่อสร้างเณรคำระบุว่าจะใช้หยกสีเขียว สร้างเป็นพระแก้วมรกต และใช้ทองคำน้ำหนัก 19 ตัน หล่อเป็นเครื่องทรง 3 ฤดู แต่หลังตรวจสอบพบว่า พระแก้วมรกตไม่ได้เป็นหยก แต่ทำจากหินสีเขียวเท่านั้น ส่วนเงินที่รับบริจาคมาพบว่าเณรคำนำไปซื้อสิ่งของส่วนตัว เช่น รถหรูจำนวนหลายสิบคัน

หลังตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจนพบว่า พฤติกรรมทั้งหมดเป็นการจงใจฉ้อโกงเงิน ดีเอสไอจึงขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ เณรคำฐานฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ในวันที่ 17 มิถุนายน 2557 และวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 สำนักงานอัยการสูงสุดประสานไปยังทางการสหรัฐฯขอให้จับกุมเณรคำ แต่ได้รับการประสานกลับมาว่าไม่มีเหตุให้จับกุมตัว เพราะไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงทำหนังสือขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนเต็มรูปแบบส่งกลับไปยังทางการสหรัฐอีกครั้ง  ก่อนวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 เจ้าหน้าที่หน่วยยูเอสมาแชล สามารถจับกุมเณรคำได้ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ย่านริเวอร์ไซค์ เมืองลอสแองเจอร์ลีส รัฐแคลิฟอเนีย แต่เณรคำต่อสู้ไม่ให้ศาลแคลิฟอร์เนียส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทย

ตามข้อมูลของโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดระบุว่า  ระหว่างต่อสู้คดีในศาลชั้นต้นสหรัฐฯ เพื่อให้หลุดพ้นจากสถานะผู้ร้ายข้ามแดน เณรคำชี้แจง 2 ประเด็นสำคัญคือ ข้อหาฟอกเงิน และ ข้อหากระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ว่า การนำเงินไปซื้อรถหรูและสิ่งของมีค่าไม่ใช่การฟอกเงิน แต่เป็นการใช้เงินตามปกติ ซึ่งเงินที่ใช้มาจากเงินบริจาคที่ประชาชนให้ด้วยความสมัครใจ แต่อัยการโต้กลับว่า การนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เป็นพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงตามกฎหมายไทย   ส่วนข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี เณรคำชี้แจงว่า เป็นคดีที่ยอมความกันไปแล้ว ทั้งที่ในข้อเท็จจริงของกฎหมายไทย คดีลักษณะนี้ไม่สามารถยอมความได้ 

จนในที่สุด 18 พฤษภาคม 2560 ศาลแคลิฟอร์เนียร์ มีคำสั่งให้ส่งตัวเณรคำเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับประเทศไทย ซึ่งเณรคำไม่ยื่นอุทธรณ์จึงถูกส่งตัวกลับประเทศไทย โดยเครื่องบินจะมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิคืนนี้ เวลา 22.00 น.

 

ลงทะเบียนดูบอลออนไลน์ฟรี PPTV HD 36

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ