วันนี้ (11 ส.ค.60) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์วันนี้ว่า “สหรัฐฯ พร้อมที่จะใช้วิธีทางทหารเต็มที่ หากเกาหลีเหนือทำสิ่งที่ไม่ฉลาด หวังว่า คิม จอง-อึน จะเลือกทางอื่นนะ” ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ก็ออกมาเตือนครั้งหนึ่งแล้ว หลังเกาหลีเหนือขู่ว่าจะโจมตีเกาะกวม ซึ่งเป็นดินแดนภายใต้การปกครองของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่าเกาหลีเหนือจะต้องพบกับปัญหาหนักอกแบบที่น้อยประเทศนักจะเคยเผชิญ รวมทั้งจะไม่มีทางอยู่อย่างเป็นสุขได้แน่ หากยังคิดจะทำอะไรกับสหรัฐฯ
ด้าน นายเกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ได้ออกมาแถลงครั้งแรกหลังจากเกาหลีเหนือประกาศแผนโจมตีเกาะกวม และสหรัฐฯ ออกคำเตือนตอบโต้ โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายระมัดระวัง คำพูดและการกระทำ และหลีกเลี่ยงวิธีเดิมๆ ที่ต่างฝ่ายผลัดกันแสดงความแข็งกร้าว ซึ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ขณะที่ นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน บอกกับผู้สื่อข่าวที่กรุงเบอร์ลิน หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ทวีตคำเตือนล่าสุด ว่า ตนไม่เห็นว่ากรณีพิพาทระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือจะแก้ไขได้ด้วยวิธีทางทหาร และการปะทะคารมกันระหว่างสองฝ่ายก็เป็นแนวทางที่ผิด โดยตนมองว่าสหประชาชาติต้องใช้ความอดทนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งนี้ต้องให้ร่วมมืออย่างจริงจัง โดยเฉพาะจีนและสหรัฐฯ
ส่วนปฏิกิริยาภายในภูมิภาค ล่าสุด ญี่ปุ่นได้นำเครื่องยิงขีปนาวุธแพทริออท แพ็ค-3 (PAC-3 Patriot) ซึ่งเป็นระบบต่อต้านภัยทางอากาศ มาประจำการที่กระทรวงกลาโหมในกรุงโตเกียว ขณะที่ที่ฐานทัพอากาศแอนเดอร์เซนของสหรัฐฯ บนเกาะกวม ก็มีการนำเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B LANCER ออกฝึกซ้อมตามกำหนดปกติ ส่วนของเกาหลีใต้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยสัปดาห์นี้ว่ากำลังพิจารณาทบทวนแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธร่วมกันกับเกาหลีใต้ เพื่ออนุญาตให้เกาหลีใต้ผลิตขีปนาวุธที่มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งเกาหลีใต้ต้องการเพิ่มขนาดหัวรบจาก 500 กิโลกรัม เป็น 1 ตันหรือมากกว่า ซึ่งรุนแรงพอที่จะโจมตีเป้าหมายที่เป็นหลุมหลบภัยใต้ดินหรือฐานทดลองนิวเคลียร์ได้
ขณะที่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา บรรดานักการเมืองหัวอนุรักษ์นิยมในกรุงโซลก็ออกมาเรียกร้องให้สร้างสมดุลนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี โดยเสนอให้สหรัฐฯ นำอาวุธนิวเคลียร์กลับมาประจำการอีกครั้ง หลังจากที่ถอนออกจากเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 1952 ที่สองเกาหลีตกลงที่ทำให้คาบสมุทรเกาหลีปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ แต่สุดท้ายเกาหลีเหนือก็เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเท่ากับเป็นการกลืนน้ำลายตัวเอง และสวนทางกับความพยายามที่จะให้เกาหลีเหนือเลิกล้มโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์