เมื่อวันที่ (15 ส.ค. 60) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงและร่างประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียม ตามพ.ร.บ.ปิโตรเลียมแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 รวม 4 ฉบับ เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ ได้แก่ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจ หรือ ผลิตปิโตรเลียม รูปแบบของสัมปทาน สัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือ สัญญาจ้างบริการ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม ตามพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับใหม่ คาดว่าร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะให้มีผลบังคับใช้ปลายเดือนตุลาคมนี้
สำหรับร่างกฎกระทรวงและร่างประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียม ประกอบด้วย ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต พ.ศ....โดยกำหนดให้ผู้ขอสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตต้องเป็นบริษัทที่มีทุน เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ และผู้เชี่ยวชาญเพียงพอที่จะสำรวจ ผลิต และจำหน่ายปิโตรเลียม และต้องมีหนังสือรับรองความจริงจากสถาบันที่เชื่อถือได้
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้กรณีการขอเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตโดยบริษัทที่ไม่มีความพร้อมเพียงพอที่จะสำรวจ ผลิต และจำหน่ายปิโตรเลียม ต้องมีบริษัทอื่นที่รัฐบาลเชื่อถือรับรองที่จะให้ทุน เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญ เครื่องจักรเพียงพอ พร้อมทั้งแสดงหลักฐานความสัมพันธ์ในด้านทุนหรือการจัดการระหว่างบริษัท และในการยื่นขอสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต ผู้ขอต้องเสนอข้อผูกพันในด้านปริมาณเงินและปริมาณงานสำหรับโครงการสำรวจหรือ ผลิตโดยสังเขป โดยกำหนดให้ช่วงสำรวจมีระยะเวลาไม่เกิน 6 ปี
อย่างไรก็ตาม ยังกำหนดให้ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตต้องส่งค่าภาคหลวงให้แก่รัฐ โดยหักจากผลผลิตรวมของปิโตรเลียมในอัตรา 10% โดยให้หักจากเงินที่ได้รับจากการขายหรือจำหน่ายผลผลิตรวมของปิโตรเลียม และยื่นแบบแสดงรายการนำส่งค่าภาคหลวง พร้อมการนำส่งค่าภาคหลวงเป็นสกุลเงินบาทไทยเป็นรายเดือนต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียม และกำหนดให้คณะกรรมการปิโตรเลียมแนะนำต่อรัฐมนตรี เพื่อพิจารณานำพื้นที่ที่ไม่สามารถหาผู้รับสัมปทาน ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือ ผู้รับสัญญาจ้างบริการมาดำเนินการสำรวจหรือผลิตในรูปแบบใดก็ได้ตามกฎหมายปิโตรเลียม