วันนี้ (12 ส.ค.60) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 3 ปี 2560 - 2564 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับสนับสนุนการค้าการลงทุน เพื่อขีดความสามารถทางการแข่งขัน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ตามแนวทางภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ทั้งนี้ ยุทธศาตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ฉบับที่ 3 ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธสาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเพิ่มมูลค่าระบบห่วงโซ่อุปทาน เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานให้ได้ระดับสากลและสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มและบริหารจัดการให้ทั้งห่วงโว่อุปทาน , ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและระบบห่วงโซ่อุปทานเส้นทางการค้าในกลุ่ม CLMV และจีน และยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะเร่งผลิตกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญด้นโลจิสติกส์และระบบติดตามประเมินผลเพื่อการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ของประเทศ
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 7 ของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการค้าเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และภูมิภาค โดยเฉพาะชายแดนแม่สอด จ.ตาก โดยศุนย์เศรษฐกิจนี้จะตั้งขึ้นที่ จ.พิษณุโลก รับผิดชอบดูแลการลงทุนในเขตภาคเหนือตอนล่าง 9. จังหวัด ประกอบด้วย จ.ตาก , พิษณุโลก , เพชรบูรณ์ , สุโขทัย , อุตรดิตถ์ , กำแพงเพชร , นครสวรรค์,พิจิตร และอุทัยธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ จูงใจและสร้างเครือข่ายนักลงทุนในพื้นที่ เชื่อมโยงอุตสาหกรรมในประเทศและต่างประเทศรับผิดชอบเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงพัฒนาเอสเอ็มอีในท้องถิ่นให้มีความเข่มแข็งผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มกิจการเป้าหมาย เป็นการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด