วันนี้ (17 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ยืนยันว่า รถที่ถูกคนร้ายปล้นจากเต็นท์รถในจังหวัดสงขลา 6 คัน และของชาวบ้านอีก 1 คัน เจ้าหน้าที่สามารถค้นพบรถที่ถูกปล้นได้ครบทั้ง 7 คันแล้ว โดยพบว่า มีรถที่ถูกติดตั้งวัตถุระเบิด รวม 3 คัน เก็บกู้ได้ 1 คัน อีก 1 คันถูกระเบิดกลางถนนสายปัตตานี – ยะลา ต.ยาบี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี วานนี้ ส่วนระเบิดรถยนต์ คันที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ที่หน้าบ้านพักตำรวจ สถานีตำรวจภูธรมายอ อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อเวลาประมาณ 3 – 4 นาฬิกา เป็นระเบิดจากรถอีซูซุ ดีแม็กซ์ ทะเบียน บห 5714 สงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 คันที่ถูกปล้นมาจากเต็นท์รถมือสอง ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา
ระหว่างนั้น ตำรวจซึ่งกำลังเฝ้าเวรยามมาเห็น และไล่ให้ไปจอดที่อื่น ทำให้คนร้ายสองคนวิ่งออกจากรถเข้าไปในหมู่บ้าน และอีกไม่ถึง 2 นาที คนร้ายกดชนวนระเบิด จนเกิดระเบิดขึ้น แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ระเบิดที่จุดนี้ มาจากการใช้แก๊สและน้ำมัน จุดชนวนด้วยรีโมทจากเครื่องมือสื่อสาร เช่นเดียวกับการระเบิดรถอีกคันเมื่อวานนี้
เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 14.30 น. มีคลิปจากกล้องหน้ารถของชาวบ้านชี้ให้เห็นภาพตอนเกิดเหตุระเบิด บนถนนสายปัตตานี-ยะลา ต.ยาบี อ.หนองจิก จะเห็นได้ว่า เหตุระเบิด เกิดขึ้นระหว่างที่รถของทหารกำลังวิ่งผ่านรถคันที่ติดตั้งระเบิดพอดี ทำให้ มีทหารชุดแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยเฉพาะกิจ ปัตตานี 24 บาดเจ็บ 4 นาย แต่ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว เมื่อหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี เข้าตรวจสอบจึงพบว่า เป็นระเบิดรถกระบะโตโยต้า สี่ประตู สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กอ 4995 สงขลา รูปแบบการประกอบระเบิด เป็นวิธีเดียวกัน คือรูปแบบก่อเหตุที่รอให้มีรถเจ้าหน้าที่ผ่านมาพอดี ชี้ให้เห็นว่าคนร้ายใช้รีโมทจากเครื่องมือสื่อสารเพื่อจุดชนวนแบบเดียวกัน
ย้อนไปอีก เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม ตำรวจปัตตานี ได้รับการประสานจาก สภ.เทพา ว่ากลุ่มคนร้ายพร้อมตัวประกัน ใช้เส้นทางมุ่งหน้าหลบหนีมาทางอำเภอโคกโพธิ์ และอำเภอหนองจิก จึงเตรียมสกัดและพบรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สี่ประตู สีดำ ทะเบียน บธ 4063 พัทลุง ซึ่งเป็นรถที่ถูกปล้นขับผ่านมา และแหกด่านตรวจ ตำรวจจึงติดตามและปะทะกับคนร้าย จนมาถึงบนถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ อ.หนองจิก คนร้ายจึงขับรถย้อนเพื่อหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้าน แต่ไปพบด่านตรวจเกาะหม้อแกงอีกจุดหนึ่ง จึงทำให้เจ้าหน้าที่ ต้องยิงต่อเนื่องเพื่อสกัดไม่ให้หลบหนี จนคนขับรถ คือ นายนูร์ฮาซัน อาแว ถูกยิงเสียชีวิต รถเสียหลักตกข้างทาง ในรถคันนี้ มีวัสดุประกอบระเบิดรูปแบบเดียวกันกับอีก 2 คัน ที่ระเบิดในเวลาต่อมา แต่เจ้าหน้าที่ อีโอดี เก็บกู้ได้
รถทั้ง 3 คันนี้ คือ รถที่ถูกนำไปประกอบกับวัตถุระเบิด แบบเดียวกัน คือระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส พร้อมแกลลอนน้ำมัน ต่างจากอีก 4 คันที่เหลือ ซึ่งไม่ถูกติดตั้งวัตถุระเบิด ส่วนรถกระบะมาสด้า ทันเดอร์ ทะเบียนนราธิวาส เป็นคันแรกที่ถูกขโมยจากชาวบ้านที่ตลาดปลา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี และเป็นคันที่คนร้ายนำไปก่อเหตุปล้นรถอีก 6 คัน ที่อ.นาทวี จ.สงขลา แต่ถูกพบเป็นคันสุดท้ายเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ถูกจอดทิ้งไว้ในสวนยางพารา ที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ภายในบรรจุแกลลอนน้ำมัน แต่ไม่มีถังแก๊ส ต่างจาก 3 คันก่อนี้ ที่ติดตั้งวัตถุระเบิดครบถ้วน ส่วนรถอีก 3 คัน ที่ถูกพบไม่ได้ติดตั้งวัตถุระเบิด มีหนึ่งคัน ถูกจอดทิ้งที่อ.นาทวี ตั้งแต่แรก เพราะไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิง อีก 2 คันมาถูกจอดทิ้งที่ จ.ปัตตานี โดยพบที่ อ.โคกโพธิ์ 1 คัน และพบที่ อ.มายอ อีก 1 คัน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถยืนยันได้ว่า พบรถที่ปล้นไปครบหมดทั้ง 7 คันแล้ว ตั้งแต่บ่ายวันนี้
สำหรับเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวาน โดยกลุ่มคนร้าย ไปปล้นรถกระบะมาสด้า ของสามี-ภรรยา ที่อ.ยะรัง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยจับทั้ง 2 คนมัดไว้ ก่อนจะนำรถไปปล้นรถอีก 6 คัน ที่เต็นท์รถใน อ.นาทวี และนำไปก่อเหตุตามที่รายงานก่อนหน้านี้ ด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย การสืบสวนคดีนี้ พบมีผู้กระทำผิดทั้งหมด 7 คน โดยหนึ่งในนั้นคือคนที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ ไม่ใช่แนวร่วมที่เคยมีประวัติก่อเหตุในพื้นที่มาก่อน ส่วนผู้ก่อเหตุอีก 6 คน เป็นกลุ่มเดิมที่เคยเคลื่อนไหวในพื้นที่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า เป็นกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือกลุ่มใด ซึ่งต้องรอตรวจสอบหลักฐานเพื่อยืนยันดีเอ็นเอ ผู้ก่อเหตุก่อน และเมื่อวิเคราะห์รูปแบบการก่อเหตุที่ปล้นในช่วงกลางวัน และทำคาร์บอมบ์ในเวลาใกล้เคียงกันเช่นนี้ จึงเชื่อได้ว่า กลุ่มคนร้ายมีเป้าหมายบางอย่างที่มากกว่าการก่อความไม่สงบทั่วไป
เจ้าหน้าที่รัฐ ต่างวิเคราะห์ตรงกันว่า กลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรับรูปแบบการก่อเหตุไปเรื่อยๆ ทั้งการปล้นรถและประกอบวัตถุระเบิดอย่างรวดเร็วที่เริ่มใช้มาในช่วงหลัง ต่างจากเดิมที่ใช้เวลา 2-3 วัน ประกอบระเบิดก่อนจะมาก่อเหตุ แต่คราวนี้ใช้การปล้นรถหลายคันเพื่อเพิ่มความยากในการติดตามด้วย และการรีบเร่งก่อเหตุ รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ประกอบและอุปกรณ์จุดชนวนระเบิด ก็ปรับเปลี่ยนไปตามการปรับยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่รัฐ
ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ขณะนี้รู้ตัวทั้งหมดแล้ว โดยคนร้ายลงมือทั้งหมด 7 คนปิดบังใบหน้าสองคน อีก 5 คนไม่ปิดหน้า ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายจับ 4 คน ใน 1-2 วันนี้ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นแนวร่วมเดิมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา มีเพียงคนเดียวที่เป็นแนวร่วมใหม่คือคนที่ถูกวิสามัญฆาตกรรม สำหรับคนร้ายที่คาดว่าจะออกหมายจับได้ 4 คนนั้น มีพยานชี้ตัวยืนยันภาพถ่ายตรงกันทุกคน สำหรับแผนการก่อเหตุครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุทั้งหมดวางแผนนำรถทั้งหมดไปก่อเหตุคาร์บอม ในวันเดียวกันในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี