คณะกรรมการข่าวสารสำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐ เผยแพร่แถลงการณ์ของนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมาร์ ประณามเหตุกลุ่มมุสลิมติดอาวุธโจมตีกองกำลังความมั่นคงในรัฐยะไข่ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 71 คน โดยนางซูจีกล่าวว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะขัดขวางกระบวนการสร้างสันติภาพและความสมานฉันท์ในรัฐยะไข่
นอกจากนี้ นางซูจียังย้ำว่ารัฐบาลยังมีความมุ่งมั่นที่จะหาวิธีแก้ปัญหาในรัฐยะไข่อย่างจริงจังและยั่งยืน และตนก็ตอบรับแนวทางที่สร้างสรรค์ของคณะกรรมการที่ปรึกษาเรื่องรัฐยะไข่ในรายงานฉบับสมบูรณ์ที่ส่งมอบให้รัฐบาลเมื่อวานนี้
ก่อนหน้านี้ นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อแก้ปัญหารัฐยะไข่ ได้ประณามเหตุรุนแรงดังกล่าวโดยระบุว่าขอบเขตและความรุนแรงของการโจมตีครั้งนี้เป็นการยกระดับความรุนแรงอย่างน่าเป็นกังวล ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะอธิบายการเข่นฆ่าอย่างไร้เหตุผลและความเหี้ยมโหดเช่นนี้ได้
ขณะที่สหประชาชาติก็ออกมาแสดงความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ความมั่นคงในรัฐยะไข่ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในกรณีพิพาทหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ปกป้องประชาชน และนำความสงบเรียบร้อยกลับมา
สำหรับเหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยกองทัพเมียนมาร์เปิดเผยว่ากลุ่มมุสลิมติดอาวุธ ซึ่งคาดว่ามีจำนวนราว 1 พันคน ได้บุกโจมตีด่านตำรวจและฐานของกองทัพอย่างน้อย 24 จุด ในเมืองมองดอ (Maungdaw) และบูตีต่อง (Buthidaung) ของรัฐยะไข่ ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศบังกลาเทศ โดยมีสมาชิกกลุ่มติดอาวุธเสียชีวิตอย่างน้อย 59 คน และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเสียชีวิต 12 คน ขณะที่หลายพื้นที่การสู้รบยังคงดำเนินอยู่ ทางการต้องสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ภายในที่พัก
ด้านกลุ่มก่อความไม่สงบที่เรียกตัวเองว่า กองทัพกอบกู้โรฮิงญารัฐยะไข่ (ARSA) ได้ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีครั้งนี้ พร้อมขู่ว่าจะก่อเหตุอีก โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุโจมตีหลายครั้งในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทำให้กองทัพเมียน แต่แหล่งข่าวกองทัพเมียนมาร์ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้กินบริเวณกว้างกว่ามาก และจำนวนสมาชิกนักรบที่ก่อเหตุก็มากกว่า 5 เท่า
เหตุโจมตีครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่คณะกรรมการที่ปรึกษาฯ ได้ส่งมอบรายงานฉบับสมบูรณ์เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในรัฐยะไข่ให้แก่รัฐบาลเมียนมาร์ ซึ่งแนะนำให้รัฐบาลเร่งพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างความเป็นธรรมทางสังคมในรัฐยะไข่ และแก้ปัญหาโดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน และปราศจากการใช้กำลังเกินควร
AFP