เมื่อวันที่ (31 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชื่อ “ตึกภักดีบดินทร์” เป็นชื่อทางการของ อาคารเรือนรับรองแห่งใหม่ ในทำเนียบรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นคนตั้งชื่อ ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี ด้วยงบประมาณ 137 ล้านบาท ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบกอธิก คล้ายตึกไทยคู่ฟ้า แต่ลดขนาดเป็นอาคารชั้นเดียว และลดลวดลายลง ไม่ให้โดดเด่นเหนือตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ร่วมพิธีทำบุญและเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันนี้ “ตึกภักดีบดินทร์” แบ่งเป็น 3 ส่วน โถงกลางใช้จัดประชุม จัดเลี้ยง และกิจกรรมของรัฐบาล ความจุ 150 คน ห้องรับรอง 2 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องโดมสูงสีทอง ชื่อ “ทองธารา” และห้องรับรองเล็ก ชื่อ “วนาสิริ” โดย พลเอกประยุทธ์ ตั้งชื่อให้ทั้งหมด
ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาล คสช.ได้อนุมัติงบประมาณไปแล้ว 3 พันล้านบาท เพื่อซ่อมแซม ก่อสร้าง อาคารต่าง ๆ ทั้งภายในและนอกทำเนียบรัฐบาล วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 คสช. อนุมัติหลักการให้กระทรวงกลาโหม ใช้งบ 2,400 ล้านบาท สร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า บนพื้นที่สโมสรทหารบกเทเวศร์เดิม
วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 คสช. อนุมัติงบ 252 ล้านบาท ปรับปรุงและซ่อมแซม ตึกไทยคู่ฟ้า ตึกสันติไมตรี ตึกนารีสโมสร ตึกบัญชาการ 1 และ 2 รวมถึงห้องทำงานสื่อมวลชน ก่อนพลเอกประยุทธ์จะเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 19 สิงหคม 2557 อนุมัติงบเพิ่มเติมอีก 182 ล้านบาท ซ่อมแซมปรับปรุงบ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรี หลังไม่ได้รับการซ่อมแซมมานานกว่า 12 ปี พ.ศ. 2559 ครม. มีมติ เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2559 อนุมัติงบ 137 ล้านบาท สร้างอาคารเรือนรับรองหลังใหม่ ซึ่งก็คือ “ตึกภักดีบดินทร์” ที่เปิดใช้เป็นทางการวันนี้ และเห็นชอบใช้งบอีก 31 ล้านบาท ปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายนอกตึกบัญชาการ 1 และ 2 ให้สอดคล้องกับตึกไทยคู่ฟ้า และขณะเป็นผู้บัญชาการทหารบกได้ปรับปรุงบ้านเกษะโกมล เป็นอาคารรับรองเกษะโกมล วงเงิน171 ล้านบาท ถูกใช้เป็นที่ประชุมนัดสำคัญของ คสช.