สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วันนี้ (4 ก.ย.60) มาลาลา ยูซาฟไซนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้สนับสนุนการศึกษา และเยาวชนผู้ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ แถลงการณ์ผ่านทวิตเตอร์ว่า “เธอกำลังหัวใจแตกสลายเมื่อเห็นภาพเด็กในรัฐยะไข่ถูกทหารเมียนมาร์ฆ่าตาย” พร้อมเรียกร้องให้นานาประเทศ จัดหาที่พัก อาหาร และสิทธิในการเข้าถึงการศึกษาให้แก่ครอบครัวผู้อพยพชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่หลบหนีเหตุรุนแรงมา
และยังกล่าวถึง “นางอองซาน ซูจี” ให้ออกมาร่วมประนามและแก้ไขในสถานการณ์ความรุนแรงในรัฐยะไข่ เช่นเดียวกับเธอ
โดยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ประชาชนในรัฐยะไข่ของเมียนมาร์ ทั้งชาวพุทธและมุสลิม รวมถึงเจ้าหน้าที่องค์กรความช่วยเหลือ เร่งอพยพออกจากเมือง เพื่อหลบหนีความรุนแรงจากการสู้รบครั้งใหม่ของฝ่ายรัฐบาลเมียรมาร์ กับกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาหลายร้อยคน ในเขตเมืองดอว์ เมืองเอกของรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของประเทศ ทำให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยประชาชนที่เป็นชาวพุทธราว 4,000 คน ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ขณะที่ชาวมุสลิมโรฮิงญาอีกหลายหมื่นคน เลือกที่จะมุ่งหน้าสู่ชายแดนติดบังกลาเทศ
ด้านองค์การสหประชาชาติ กล่าวในวันนี้ว่า มีชาวมุสลิมโรฮิงญาเดินทางเข้าไปยังประเทศบังกลาเทศเพื่อขอลี้ภัยหลังเกิดความรุนแรงขึ้นในรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ค่ายผู้ลี้ภัยอัดแน่นไปด้วยผู้อพยพกว่า 87,000 คนและมีอีกประมาณ 20,000 คน อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างชายแดนประเทศบังคลาเทศกับเมียนมาร์ กำลังรอการเข้าประเทศบังคลาเทศ