เมื่อวันที่ (6 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าท่าภูมิภาคสาขา กระบี่ ตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน การยื่น ขออนุญาตขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ 17 พ.ศ. 2560 ที่ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา และเปิดให้มีการ นิรโทษกรรม ให้ประชาชนยื่นขออนุญาตได้ภายในวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมาตามคำสั่ง คสช. โดยในจังหวัดกระบี่ มีผู้มายื่นขออนุญาตรวม กว่า 2,800 ราย ส่วนใหญ่เป็น สิ่งปลูกสร้าง บ้านพักอาศัย ร้อยละ 90 นอกจากนั้นเป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
นายบุญเชาว์ ตั้งสิริไพศาล ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ เปิดเผยว่า ผู้ที่ยื่นขออนุญาตไว้แล้วสามารถยื่น เอกสาร หลักฐาน ต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ ภายในระยะเวลา 180 วัน โดยประมาณกลางเดือนกันยายนนี้ เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ ตรวจสอบ พื้นที่จริง เพื่อพิจารณา การออกใบอนุญาตให้ โดยต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ ที่กำหนด กรณีไม่ได้รับการออกใบอนุญาต กรมเจ้าท่าจะออกคำสั่งให้ทำการรื้อถอน หรือแก้ไขสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ โดยกำหนดระยะเวลาให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี และแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อฟ้องศาล
ทั้งนี้ มีโทษปรับตารางเมตรละไม่น้อยกว่า 500 บาท แต่ไม่เกินตารางเมตรละ 10,000 บาท หากเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา กรมเจ้าท่าจะดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำนั้น โดยค่าใช้จ่ายจะเป็นของเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างนั้น