รายการรอบโลกทางช่องพีพีทีวี เคยนำเสนอเรื่องที่อยู่อาศัยของคนยากจนในฮ่องกง อย่าง บ้านกรง มาแล้ว ครั้งนี้รายการรอบโลกกลับมาฮ่องกงอีกครั้งเพื่อหาคำตอบต่อคำถามที่ว่า เพราะเหตุใด ฮ่องกง เมืองที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งถึงยังมีคนที่ยากจนข้นแค้นอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
ทิม เหลียง วัย 65 ปีคือหนึ่งในผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในบั้นปลายของชีวิต เขาแยกทางกับภรรยา ไม่มีลูกด้วยกัน ไม่มีญาติพี่น้อง อาศัยอยู่ในห้องเช่าของที่มีพื้นที่เพียง 10 ตารางฟุต เขาใช้เวลาเกือบทั้งวันที่สวนสาธารณะ เพราะที่นี่มีสีเขียวของต้นไม้ มีอากาศที่โปร่งโล่งและมีที่ว่างให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้มากกว่าห้องเช่าที่แคบและอับทึบ
ก่อนหน้านี้เหลียงทำงานในร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท ถือเป็นกลุ่มคนทำงานระดับล่าง ทำงานเพื่อประทังชีวิต ไม่เงินเก็บ ไม่มีบำนาญ หวังจะทำงานไปจนกว่าจะจากโลกใบนี้ แต่ตอนนี้เขาป่วยเป็นมะเร็ง ร่างกายอ่อนแอทำให้ไม่สามารถทำงานได้ เหลียงต้องอาศัยเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเดือนละประมาณ 5,000 เหรียญฮ่องกง บวกค่าเป็นมะเร็งที่ได้เพิ่มมาอีก 2,000 เหรียญ รวมเป็น 7,000 เหรียญฮ่องกงหรือประมาณ 28,000 บาท เมื่อหักค่าเช่าห้อง ก็แทบจะไม่เพียงพอกับค่าครองชีพที่สูงติดอันดับโลกอย่างฮ่องกง
แม้รัฐบาลจะเพิ่มงบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุแล้ว แต่ก็ยังน้อยกว่า 5% ของงบประมาณแผ่นดินและน้อยกว่า 1% ของจีดีพี โดยมีความพยายามจากสมาชิกสภานิติบัญญัติบางส่วนที่ผลักดันให้นำส่วนหนึ่งของเงินมหาศาลที่รัฐบาลมีไปช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุให้มากขึ้น แต่ความพยามยามดูเหมือนยังไม่เห็นผลมากเท่าใดนัก เพราะเหตุผลของฝ่ายที่คัดค้านคือ ฮ่องกงเป็นทุนนิยม ตลาดเสรี ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ
ภาพคนสูงอายุ คนชราคุ้ยขยะ รวบรวมลังกระดาษไปขายด้วยรถเข็น ขณะที่เบนซ์คันใหม่คลานตามมาอย่างช้าๆด้วยความที่ถนนแคบเกินกว่าจะแซงไปได้ จึงยังน่าจะเป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไปในฮ่องกง เมืองแห่งความมั่งมีและความยากจนที่อยู่เคียงคู่กันเหมือนหยินหยางในคติความเชื่อแบบลัทธิเต๋าที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมความเชื่อของชาวจีน