วันนี้ (11 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ชาวบ้านคลิตี้ล่าง กับพวกรวม 151 คน ฟ้องร้อง บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก รวม 7 คน ในข้อหา ละเมิด พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ทำให้ห้วยคลิตี้ปนเปื้อนสารตะกั่วจนไม่สามารถนำไปอุปโภคบริโภคได้โดยยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2550 เรียกค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,041,952,000 บาท
ล่าสุด ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวลิตี้ล่าง 151 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง จากการที่บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ ปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนสารตะกั่วลงสู่ลำห้วยคลิตี้ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้ของชาวบ้าน จนทำให้ชาวบ้านเจ็บป่วยเรื้อรัง และไม่สามารถใช้สอยลำห้วยได้เหมือนเดิม พร้อมบังคับให้จำเลยทั้ง 7 ร่วมกันรับผิด ทำการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้และสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนสารตะกั่วจากโรงแต่งแร่ให้กลับคืนมาดังเดิม โดยให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่หน่วยงานรัฐได้วางกฎเกณฑ์ไว้
นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา ทนายความในคดีนี้ ระบุว่า ศาลมองว่าชาวบ้านคลิตี้ฟ้องเพื่อประโยชน์สาธารณะ เป็นไปตามสิทธิชุมชนท้องถิ่นดั่งเดิมตามรัฐธรรมนูญ ด้าน นางภินันท์ โชติรสเศรณี ประธานกลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ ซึ่งร่วมต่อสู้มากับชาวบ้านคลิตี้ล่างมาตลอด 19 ปี บอกว่า ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนของผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่จะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชาวบ้านให้มาก ตามคำพิพากษาศาลฎีกาในครั้งนี้ถือเป็นบรรทัดฐานที่จะนำไปเป็นแนวทางในการทำงานต่อสู้เรื่องสิ่งแวดล้อมต่อไป