นพ.มโน เลาหวณิช รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ช่อง พีพีทีวี เอชดี 36 ว่า เรื่องเงินทอนวัดที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาของระบบราชการไทย เพราะมีระบบอุปถัมภ์ อย่างเช่น พ.ร.บ.สงฆ์ ก็ยังมีจุดอ่อน เพราะให้อำนาจกระจุกตัวอยู่มหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อมีอำนาจมากไม่ได้หมุนเวียนอาจทำให้เกิดการคอรัปชั่นได้ เหมือนกับการโยกย้าย พ.ต.ท.พงศ์ธร พราหมณ์เสน่ห์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ถูกย้ายออกไปจากตำแหน่งดังกล่าว ตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ แต่หลังจากนี้ต้องมีการปฏิรูปวงการสงฆ์ โดยเฉพาะการนำเงินภาษีไปอุ้มวัดควรยกเลิก แต่ต้องปรับเปลี่ยนทำให้สงฆ์เป็นหนึ่ง วัดขนาดใหญ่ดูแลวัดขนาดเล็ก
พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.บก.ปปป.) กล่าวว่า จากปฏิบัติการกระจายกำลังออกไปทั้งหมด 7 จังหวัด 14 แห่งพร้อมกัน เชื่อว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกไปแล้ว ส่วนการลงพื้นที่ตรวจค้นเป็นบ้านของนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พบว่ามีทองคำแท่งน้ำหนัก 80 บาท เอกสารการซื้อขายหุ้น และเงินสด โดยแจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเบียดบังทรัพย์สินของรัฐเป็นของตัวเอง ตามมาตรา 147 และหลังจากนี้จะมีการสอบสวนรายระเอียดทั้งหมด ก่อนนำส่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
นายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องมีการปฏิรูปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ด้วยการปรับเปลี่ยนให้เป็นองค์กรอิสระ มีคณะกรรมการและผอ.พศ. ประกอบการที่มาของพนักงานในองค์กรนี้ต้องจบจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ เพื่อให้รับรู้สงฆ์