วันนี้ ( 23 ก.ย. 60) สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาสาธารณะ "โรดแมปไทยไทย ไกลแค่ไหน หรือใกล้เลือกตั้ง" ณ อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
โดยภายในงาน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ยังคาดเดาไม่ได้จะเกิดการเลือดตั้งตาม ที่ คสช. วางโรดแมปไว้หรือไม่ เนื่องจากมีการเลื่อนเวลามาโดยตลอด และต้องดูหลังจากกฎหมายลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตามที่ คสช. กำหนดไว้ว่าหากกฎหมายลูกผ่านจะต้องจัดการเลือกตั้ง แต่ไม่มีใครระบุว่ากฎหมายลูกจะเสร็จเมื่อไหร่และเสร็จทันตามกำหนดหรือไม่ โดยหากยังเลือกตั้งไม่ได้ จะเกิดผลกระทบเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากหากนักลงทุนและนักธุรกิจทราบกำหนดวันเลือกตั้ง ก็จะสามารถวางแผนธุรกิจได้ ทั้งนี้เมื่ออยู่ในการปกครองพิเศษแบบในขณะนี้ การทำธุรกิจกับต่างประเทศจะมีปัญหาแน่นอน ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง สำหรับนักการเมืองจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ต้องถามประชาชนว่า การไม่มีเลือกตั้ง กับมีเลือดตั้ง อะไรจะมีความยากลำบากมากกว่ากัน
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า จากท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ที่เคยกล่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 3 ครั้ง คือ หากบ้านเมืองยังขัดแย้งจะไม่มีการเลือกตั้ง กับคำถาม 4 ข้อ ซึ่งคิดว่าเป็นนัยยะสำคัญ และต่อมา ระบุว่า ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย เกิดการปรองดองการเลือกตั้งก็จะเดินหน้า แต่ล่าสุด กลับระบุว่า ถ้ากฎหมายไม่พร้อม การเลือกตั้งก็ไม่เกิด ทำให้ เกิดคำถามว่า ความหมายของการปรองดอง สำหรับ คสช. คืออะไร เป็นความหมายเดียวกับกับพวกตนหรือไม่ ซึ่งคสช.ยังสร้างความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทั้งนี้โดยส่วนตัวเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแมป เพราะขณะนี้ประชาชนมีปฏิกิริยาเพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากโพลล่าสุดที่ผ่านมา ประชาชนมีความอยากจะเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นสูง ซึ่งหากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน อาจจะทำให้เกิดความสับสนในบ้านเมือง ฉะนั้นการเดินหน้าตาาโรดแมปที่คสช.ตั้งไว้ จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และประเทศได้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ คสช. ฝ่ายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนด้วยที่เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะประชาชนคือเจ้าของประเทศ หากมีความคิดที่มีแนวทางเดียวกันแล้ว ก็ไม่สามารถมีอะไรไปฉุดรั้งได้ ส่วนตัวมีความเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ จะเดินหน้าตามโรดแมพตามที่สัญญาไว้ และการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปีหน้า
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ในกฎหมาย อ.มีชัย ไม่ได้ระบุไว้ว่า ถ้ากฎหมายลูก 4 ฉบับ ไม่ผ่าน จะทำอย่างไรต่อไป ถ้าสมมุติว่า คสช. อยากอยู่ต่อ เพียงแค่ทำให้กฎหมายลูกไม่ผ่าน 1 ฉบับ ก็สามารถยืดเวลาไปได้ เพราะกว่ากฎหมายจะผ่าน ใช้เวลาเกือบ 1 ปี และในบทเฉพาะกาลไม่ได้ระบุไว้ถ้ากฎหมายลูกไม่ผ่านจะทำอย่างไร
ทั้งนี้ ประชาชน เป็นปัจจัยที่สำคัญ ถ้าอยากให้คสช.อยู่ต่อ อาจเป็นเพราะว่าหากเกิดการเลือกตั้งขึ้น ปัญหาเดิม ๆ ก็จะกลับมาอีก และ ให้คสช. อยู่ต่อไปเรื่อย ๆ ก็สงบเรียบร้อยดี โดยอีกปัจจัยหนึ่ง อยู่ที่นักการเมืองด้วย เพราะ 10 ปี ที่ผ่านมา นักการเมืองทะเลาะกันจนหนักเกินไป ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ดังนั้นนักการเมืองแบบเลือกตั้งต้องสร้างศรัทธาให้กับประชาชน ส่วนตัวเชื่อว่าสามารถทำให้เกิดการเลือกตั้งปีหน้าได้