ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องสูบน้ำที่ชาวบ้านได้นำมาติดตั้งเพิ่มสูบน้ำฝนที่ปะปนไปด้วยน้ำกากส่าจากบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา เพราะว่าเมื่อคืนนี้มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง และได้เอาน้ำเสียที่ยังตกค้างอยู่ในทุ่งมาท่วมบ้านเรือนประชาชนอีกรอบ
ทั้งนี้ น้ำที่ถูกสูบออกมาจากบ้านเรือนประชาชนและทางระบายน้ำภายในเขตตำบลหนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ติดกับบ่อบำบัดน้ำเสียที่แตกไปก่อนหน้านี้ ยังคงมีสีดำคล้ำ และส่งกลิ่นเหม็น แม้จะเจือจางลงเพราะมีปริมาณน้ำฝนมาเติม
นายอนันต์ กาฬภักดี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.หนองมะค่าโมง เผยกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า ยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อคืน เพราะต้องมาช่วยชาวบ้านสูบน้ำ และเฝ้าระวังบ่อบำบัดน้ำเสียที่เหลือ เพราะกังวลว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา จะทำให้คันดินบ่อที่เหลือซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแตกลงมาอีก
ขณะเดียวกันชาวบ้านได้เร่งนำทรายมากรอกใส่กระสอบเพื่อไปวางกั้นไว้ตามจุดต่างๆ เช่นหน้าบ้าน และทางน้ำไหลของหมู่บ้าน เพื่อป้องกันน้ำที่อาจจะเข้ามาอีกระลอก ส่วนปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องนี้ ถ้ามาในมุมของฝ่ายหน่วยราชการ ก็มองว่าอาจจะเป็นเรื่องดี เพราะน้ำฝนเหล่านี้ตะช่วยชะล้างสารปนเปื้อนที่มากับน้ำเสียบางส่วนออกไปได้
สำหรับการเยียวยาช่วยเหลือขณะนี้ ชาวบ้านให้ข้อมูลว่ายังไม่ได้พูดคุยกับทางโรงงานอย่างเป็นทางการ แต่เบื้องต้นชาวบ้านบอกว่าทางโรงงานได้ส่งคนมาบอกว่ายินดีรับผิดชอบค่าเสียหาย เช่นของใช้ครัวเรือน และการเกษตรตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยได้ให้ชาวบ้านถ่ายรูปความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน แต่ยังไม่มีการเข้ามาคุยอย่างเป็นทางการ โดยชาวบ้านนับ 100 คน เดินออกมาประท้วงบนถนนในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เอาบ่อบำบัดน้ำเสีย เพราะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างมาก
เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายอำเภอด่านช้าง ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พร้อมทั้ง กรมพัฒนาที่ดินเข้าตรวจสอบ เรื่องของความเสียหายของดินในบริเวณนั้นว่ามีความเสียหายอย่างไรบ้าง และเมื่อน้ำลดแล้วปัญหาระยะยาวจะเป็นอย่างไร โดยผลการตรวจสอบน้ำเบื้องต้น มีค่าความเค็มสูง ค่าออกซิเจนในน้ำต่ำมาก และมีปลาตาย ซึ่งนายอำเภอระบุว่ากังวลว่าทางโรงงานจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่คำนึงถึงปัญหาระยะยาว