ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านจาก 3 อำเภอ ในจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 100 ราย ออกมารวมตัว เดินถือป้ายข้อความประท้วงขับไล่โรงงาน และเก็บน้ำเสียของบริษัท ไทยอะโกรเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด พร้อมระบุว่า ก่อนที่คันดินของบ่อบำบัดน้ำเสียจะแตก โรงงานแห่งนี้ได้สร้างปัญหามลพิษทั้งกลิ่นเหม็นและน้ำเสียอยู่เป็นประจำ ตัวแทนจากหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รวมฝั่งโรงงาน ได้ร่วมประชุมกับชาวบ้านเพื่อหาทางออกใน 2 ประเด็น คือการเยียวยาค่าเสียหายให้กับชาวบ้าน และโรงงานจะอยู่ในพื้นที่ร่วมกับชาวบ้านได้อย่างไร ผลปรากฏว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปเพียงแค่เรื่องการเยียวยาเท่านั้น โดยโรงงานจะจ่ายเงินเบื้องต้นเป็นค่าตกใจให้ชาวบ้านก่อนครัวเรือนละ 10,000 บาท ในวงเงิน 6 ล้านบาท ส่วนความเสียหายที่เหลือจะให้หน่วยงานราชการเป็นผู้สำรวจ และโรงงานจะเป็นฝ่ายเยียวยาให้อีกที
โดยหลังจากนี้ จังหวัดจะเร่งสำรวจความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เช่นสารพิษที่ตกค้างอยู่ในดินและแหล่งน้ำ เพื่อแก้ปัญหา และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากโรงงาน ขณะที่ชาวบ้านบางครัวเรือนยังถูกน้ำเสียท่วมขัง อยู่ และอีกหลายรายยังกังวลว่าฝนที่ตกต่อเนื่อง จะทำให้บ่อเก็บน้ำเสียบ่ออื่น ๆ แตกอีก เพราะขณะนี้หลายบ่อเริ่มเต็มเกือบถึงขอบบ่อแล้ว
ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ขณะนี้เตรียมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนโดยจะรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ให้สภาทนายความช่วยเหลือทุกคน โดยจะใช้ข้อกฎหมายฟ้องเป็นคดีสิ่งแวดล้อมเหมือนการต่อสู้คดีห้วยคลิตี้ จ.กาญจนบุรี และจะทำเรื่องถึงศาลปกครองขอให้ไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว มีคำสั่งให้อุตสาหกรรม จ.สุพรรณบุรี สั่งระงับปิดโรงงานชั่วคราวจนกว่าคดีจะแล้วเสร็จ และจะเดินเรื่องให้ชาวบ้านฟ้องแบบคดีกลุ่ม เพราะการพิจารณาจะรวดเร็วกว่าแบบรายบุคคล