ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวนัฐกาญจน์ ชุมพินิจ เจ้าของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากฉนวนสายไฟฟ้าแรงสูงในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ ละลายใส่รถยนต์ของเธอเพราะสายไฟด้านบนไปเสียดสีกับกิ่งไม้ และเธอบันทึกไว้ได้เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม เวลาประมาณ 12.00 น. เพื่อเป็นหลักฐานทวงถามความรับผิดชอบจากการไฟฟ้าและนิติบุคคลที่ดูแลหมู่บ้าน เพราะสภาพรถมีคราบยางสีดำเลอะเทอะอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้ พีทีวีเดินทางไปพูดคุยกับนางสาวนัฐกาญจน์เจ้าของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากฉนวนสายไฟฟ้าแรงสูงละลายตกใส่รถ เธอเล่าว่า จอดรถยนต์ไว้ริมถนนทุกวันเพราะบริษัทที่ทำงานอยู่ที่นี่ แต่ไม่ใช่ลูกบ้าน เธอยอมรับว่า ผิดหวังกับการทำงานของนิติบุคคลของหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะส่งหลักฐานถามความรับผิดชอบไปแล้วแต่เรื่องยังนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ความรับผิดชอบเรื่องการตัดกิ่งไม้เป็นหน้าที่ของนิติบุคคล จนทำให้เจ้าของบริษัทต้องรับผิดชอบจ่ายค่าขัดสีรถให้
พีพีทีวีติดต่อไปที่นิติบุคคลหมู่บ้าน ได้คำตอบว่าเรื่องการไม่ตัดต้นไม้ในหมู่บ้านเพราะเหตุใด ได้รับคำชี้แจงว่าลูกบ้านบางหลังไม่ต้องการให้ตัดต้นไม้จึงทำตามคำขอ และติดต่อไปทางการไฟฟ้าศรีนครินทร์ให้เปลี่ยนสายไฟตรงจุดเกิดเหตุแล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนสายไฟ ไฟทั้งหมู่บ้านจะดับหมดเพราะเป็นฉนวนสายไฟฟ้าแรงสูงที่ส่งไฟให้ทั้งหมู่บ้านละลาย และตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการโดยจะประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านวันที่ 21 ตุลาคม
นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ นักกฎหมายระบุว่า ทางนิติบุคคลจะต้องรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 คือจงใจประมาทเลินเล่อ ทำให้ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดเสียหายก็ดี ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยทนาย ระบุว่า ต้นไม้ในหมู่บ้านริมถนนเป็นหน้าที่ของนิติบุคคลที่จะต้องตัดแต่งกิ่งไม่ให้เกิดอันตรายกับลูกบ้านและบุคคลอื่น แม้ว่าในที่ประชุมจะอ้างว่าลูกบ้านไม่ให้ตัดก็ตาม และความเสียหายเกิดกับคนนอกไม่ใช่ลูกบ้านที่ไม่ต้องการให้ตัดต้นไม้