ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่หลายฝ่ายมองว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ช่วงนี้หลายหน่วยงานออกมาปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น ทั้งธนาคารโลก ที่คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะโตเพิ่มขึ้นจาก 3.2% เป็น 3.5% แบงก์ชาติเองก็คาดว่าเศรษฐกิจในปีนี้ก็อาจจะโตถึง 3.8%
วันนี้ ทีมข่าวพีพีทีวี ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการค้า การขาย ในตลาดย่านห้วยขวาง ก็พบว่าการค้า การขาย ยังไม่ค่อยคึกคักมากนัก แม้จะมีประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันตามปกติ โดยทางด้านผู้ค้าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า คนซื้อของน้อยลง ทำให้ยอดขายทั้งอาหารสด ผักสด ผลไม้ ลดลงมากกว่าครึ่ง แม้หลายฝ่ายจะประเมินว่าเศรษฐกิจกำลังกลับมาฟื้นตัว แต่ทางด้านพ่อค้า แม่ค้า ไม่ได้มองว่าเป็นแบบนั้น เพราะยังไม่เห็นสัญญาณคนกลับมาซื้อของเพิ่มขึ้น จึงมีความกังวลว่าในอนาคตอาจจะค้าขายลำบากมากขึ้น หรือ รวมๆก็ยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น
ผู้ค้า พ่อค้า แม่ค้า ส่วนใหญ่ ก็บอกว่า รัฐบาลจะต้องมีการกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเพื่อให้กลับมาใช้จ่ายมากขึ้น เพราะขณะนี้มองว่าการจ้างงานยังน้อย ทำให้คนกลุ่มฐานรากยังไม่มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันราคาสินค้าก็มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และปัญหาฝนฟ้าอากาศ คนจึงมีการระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง ก็ออกมาบอกก่อนหน้านี้แล้วว่า จะไม่ดำเนินมาตรการทางการคลังเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพราะได้ทำไปเยอะแล้ว ทั้งการใช้นโยบายขาดดุล เพื่ออัดฉีดเงินเข้าระบบ การใช้นโยบายภาษี และการลงทุนรัฐวิสาหกิจ แต่จะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจโตกระจุกตัว โดยวางเป้าหมายกระจายการขยายตัวเศรษฐกิจให้ทั่วถึงทุกภาคส่วน
แต่ทางด้านหอการค้าไทย ก็ประเมินว่า ผลจากการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามนโยบายของรัฐบาล จะทำให้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ หรือช่วงเดือน ตุลาคมถึงธันวาคมนี้ จะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 3.6% เป็น 3.7-4.0% ได้