วันนี้ (7 ต.ค. 60) ถือเป็นครั้งแรกที่พระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งเป็นราชรถที่อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานก่อนเคลื่อนขบวนจากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้นำมาใช้ฝึกซ้อมในสถานที่จริง ท่ามกลางการร่วมรับชมของประชาชนจำนวนมาก ที่มาเฝ้ารอชมความสมพระเกียรติของการซ้อมริ้วขบวนตั้งแต่ช่วงเช้า โดยริ้วขบวนที่ 2 ของขบวนพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เคลื่อนผ่านสายตาประชาชนที่เฝ้ารอชมการซ้อมอยู่บริเวณหน้าศาลฎีกา เป็นจุดที่เปิดให้ประชาชนสามารถร่วมชมการซ้อมย่อยครั้งแรกในสถานที่จัดพระราชพิธีจริงในวันที่ 26 ตุลาคม
โดยช่วงที่ริ้วขบวนที่ 2 เคลื่อนผ่านหน้าศาลฎีกาจุดที่ประชาชนปักหลักอยู่ ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ โดยเฉพาะช่วงที่พระมหาพิชัยราชรถ ราชรถที่ทำหน้าที่อัญเชิญพระโกศทองใหญ่เคลื่อนผ่าน เนื่องจากราชรถนี้ถือเป็นราชรถสำคัญและเป็นราชรถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในริ้วขบวน คือมีความสูงกว่า 11 เมตร ความกว้าง เกือบ 5 เมตร ความยาว 18 เมตร และมีน้ำหนักมากถึงเกือบ 14 ตัน พลฉุดชักราชรถที่ใช้เฉพาะพระมหาพิชัยราชรถ จึงต้องใช้กำลังพลมากถึง 216 นาย สำหรับการฝึกซ้อมวันนี้แม้จะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 08.00 น. แต่พระมหาพิชัยราชรถถูกอัญเชิญมาประจำจุดที่หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ ตั้งแต่ในช่วงเช้ามืด เช่นเดียวกับทหารทุกคนที่อยู่ในริ้วขบวนก็เข้าเตรียมพร้อมในพื้นที่ตั้งแต่เช้าเช่นกัน
สำหรับการคัดกรองประชาชนเข้าพื้นที่ วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดจุดคัดกรองตั้งแต่ 05.00 น. มีประชาชนจำนวนมากมาเฝ้ารอผ่านจุดคัดกรองตั้งแต่เช้ามืด บางรายมารอตั้งแต่เมื่อวานนี้ วันนี้เจ้าหน้าที่เข้มงวดตรวจเรื่องเครื่องแต่งกายมากกว่าช่วงที่เปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ จะเห็นได้จากการแต่งกายของประชาชนเกือบทั้งหมดที่สวมเครื่องแต่งกายสีดำ แต่ก็มีบางส่วนที่เจ้าหน้าที่ยังคงอนุโลมให้ และนอกจากคนไทยแล้ว ยังมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจกับพระราชพิธี เข้าร่วมชมการซ้อมในวันนี้ด้วย
ส่วนเรื่องสภาพอากาศวันนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดมีฝนตกลงมาเล็กน้อย พอช่วงสายของวันสภาพอากาศปลอดโปร่ง แต่พอช่วงเที่ยงวันนี้อากาศกลับมาร้อนอบอ้าว แต่ไม่เป็นอุปสรรคกับประชาชน ทุกคนยังคงมีจิตใจแน่วแน่รอชมริ้วขบวนด้วยความตั้งใจ และทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องการมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญนี้สักครั้งในชีวิต
ทั้งนี้การซ้อมในสถานที่จริง จะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 15 และ 21 ตุลาคมนี้ เพื่อฝึกซ้อมกำลังพลจากทุกหน่วยงานให้มีความพร้อมเพรียง สมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มากที่สุด ก่อนจะถึงพระราชพิธีจริงในวันที่ 26 ตุลาคมนี้