วันนี้ (7 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนพระบรมราชอิสริยยศในวันประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถพิตร จะมีทั้งหมด 6 ริ้วขบวน ริ้วขบวนที่ 1 ถึงริ้วขบวนที่ 3 จะเป็นริ้วขบวนสำคัญ ในการอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สู่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง
ริ้วขบวนที่ 1 จะเริ่มจากการอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มาประดิษฐานบน พระยานมาศสามลำคาน จากนั้นจะเริ่มเคลื่อนขบวนไปออกทางประตูเทวาภิรมย์ เดินไปตามถนนมหาราช เลี้ยวซ้ายเข้าถนนท้ายวัง มุ่งไปยังถนนสนามไชย ไปประจบริ้วขบวนที่ 2 ตรงหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร รวมระยะทาง 817 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จุดดังกล่าวจะมีการอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ โดยเกรินบันไดนาค ขึ้นประดิษฐานในบุษบก พระมหาพิชัยราชรถ จากนั้นจะมีการเคลื่อนริ้วขบวนไปทางถนนสนามไชย เข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง และศาลฎีกา จากนั้นขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่เชิญพระโกศทองใหญ่เข้าสู่ท้องสนามหลวง รวมระยะทาง 890 เมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อถึงจุดนี้ พระมหาพิชัยราชรถ จะจอดอยู่กึ่งกลางทางเข้าพระเมรุมาศ เจ้าหน้าที่จะนำเกรินบันไดนาคเข้าเทียบ โดยเจ้าหน้าที่ภูษามาลาจะขึ้นไปประคองพระโกศทองใหญ่ ลงมากับเกรินบันไดนาค เคลื่อนมาประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่ส่วนหลัง
หลังจากอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ มาประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่ส่วนหลังแล้ว จุดนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญ ที่ราชรถปืนใหญ่ส่วนหลังจะเคลื่อนมาประกอบกันกับราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้าที่จอดรออยู่ โดยราชรถปืนใหญ่ ถือเป็นราชรถที่จะมีการนำมาใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระยศเป็นทหาร มีการนำมาใช้ครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยครั้งนี้ราชรถปืนใหญ่ได้แบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่ ราชรถปืนใหญ่ส่วนหลัง ถอดแบบมาจากปืนใหญ่ภูเขา 51 ส่วนราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้า จัดสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
เมื่อประกอบกันเรียบร้อยแล้ว ราชรถปืนใหญ่ จะเคลื่อนไปตั้งอยู่หน้าพระที่นั่งทรงธรรม ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศเข้าสู่ราชวัติ เป็นริ้วขบวนที่ 3 เวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ หรือ เวียนซ้าย 3 รอบ เมื่อเวียนอุตราวัฏครบ 3 รอบแล้ว ราชรถปืนใหญ่จะมาจอด ณ พระเมรุมาศด้านทิศเหนือ จากนั้นจะเทียบเกรินบันไดนาค ณ พระเมรุมาศ อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นสู่พระจิตกาธาน จากนั้นจะมีการรูดพระวิสูตร เป็นอันเสร็จพิธีในช่วงเช้า