วันนี้ (9 ต.ค. 60) นายปณิธาน ตงศิริ ขบวนการเสรีเบียร์ ระบุว่า การขายเบียร์สดด้วยครื่องอัตโนมัติในร้านสะดวกซื้อ ตนเองมองถึงข้อดีโดยระบุว่า สามารถควบคุมการซื้อได้ เพราะหนึ่งคนไม่สามารถซื้อหลายแก้วได้ และร้านสะดวกก็มีพนักงานที่คอยอำนวยความสะดวก หากมองว่าลูกค้ามีอาการมึนเมาก็สามารถปฏิเสธการขายได้อีกด้วย ต่างจากการที่ลูกค้าซื้อเป็นขวดหลายขวด หรือเป็นลัง ที่จะนำไปเมาที่ไหนหรือสร้างความเดือดร้อนที่ไหนไม่มีใครทราบ และหากซื้อเป็นแก้ว ตนคิดว่าคงไม่มีใครที่จะซื้อไกลจากบ้าน อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อคนบางกลุ่มที่ต้องการจิบเบียร์เพื่อผ่อนคลายเพียงเล็กน้อยก่อนนอน เพราะหากไม่ขายในร้านสะดวกซื้อ เบียร์สดก็มีขายตามร้านอาหารทั่วไป ซึ่งไม่สามารถซื้อเป็นแก้วได้ ต้องซื้อเป็นเหยือกหรือเป็นทาวเวอร์ ดังนั้นการขายในร้านแบบนี้ จะสามารถตอบโจทย์คนบางกลุ่มได้จริง
ส่วนความรับผิดชอบต่อสังคมเช่นการเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุ ตนเองอยากเสนอว่า ควรเพิ่มบทลงโทษให้ผู้กระทำความผิด จากการปรับเพียงหลักพันบาท ควรเพิ่มเป็นหลักล้านบาท เมื่อบทลงโทษสูงคนก็จะกลัวการกระทำความผิดและจะระมัดระวังมากขึ้น สำหรับประเด็นที่มีการถกเถียงว่าเครื่องดังกล่าวเป็นเครื่องขายเบียร์อัตโนมัติ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ตนมองว่า เครื่องดังกล่าวเป็นเพียงเครื่องช่วยขาย เพราะลูกค้าต้องไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์อยู่ดี แต่เครื่องอัตโนมัติ ในความหมายของตนคือเครื่องที่หยอดเงินเข้าไปและสามารถจ่ายสินค้าได้ในตัวเอง
ด้าน นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ตนเองไม่เห็นด้วยที่มีการขายเบียร์สดในร้านสะดวกซื้อ เพราะมีหลายปัจจัยที่จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้ซื้อต้องดื่มในขณะนั้น ต่างจากเบียร์ขวดหรือกระป๋อง ที่ผู้ซื้อจะไม่กล้าเปิดดื่มในที่สาธารณะ นอกจากนี้การขายเบียร์สดอาจเป็นการเพิ่มนักดื่มหน้าใหม่ เนื่องจากวัยรุ่นเห็นว่าเป็นของใหม่ก็อยากลอง ซึ่งเรื่องนี้แม้จะมีกฎหมายกำหนดอายุ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถนำมาควบคุมได้ทั้งหมด และเมื่อมีการนำมาขายให้ซื้อดื่มได้อย่างสะดวก ก็เหมือนเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุ และความรุนแรงทั้งในครอบครัวและสังคม
ทั้งนี้ นายแพทย์แท้จริง ยังมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 30 ที่ “ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือลักษณะดังต่อไปนี้ โดยแจก แถม ให้ หรือแลกเปลี่ยนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือกับสินค้าอื่นหรือการให้บริการอย่างอื่นแล้วแต่กรณี” ซึ่งกฎหมายมีความพยายามห้ามการส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่การขายลักษณะนี้ ทำให้สามารถซื้อขายง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ
ส่วนการห้ามใช้เครื่องขายอัตโนมัติ ที่ระบุในกฎหมายมาตราเดียวกัน เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ระบุว่า เครื่องดังกล่าวก็เข้าข่ายเป็นเครื่องขายอัตโนมัติ ซึ่งเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สามารถประกาศให้หยุดขายได้ หรือหากไม่มั่นใจในการตีความตัวกฎหมายก็ควรสั่งฟ้องผู้ประกอบการ ให้ศาลทำหน้าที่ตีความและตัดสินว่าผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร
สอดคล้องกับความคิดเห็นจาก ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ที่ระบุว่า คำว่า อัตโนมัติ ตามราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า เป็นไปได้ในตัวเอง, ทำหน้าที่ได้ในตัวเอง, มีกลไกทำหน้าที่ได้เอง ซึ่งก็ชัดเจนว่าเครื่องดังกล่าวผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 พร้อมทั้งเรียกร้องให้ กระทรวงสาธารณสุข ตีความหมายของเครื่องดังกล่าวให้ชัดเจน และออกประกาศว่าสามารถจำหน่ายได้หรือไม่ หากไม่มั่นใจก็ควรดำเนินการสั่งฟ้องศาล ให้ศาลตัดสิน ไม่ใช่มากระทำการตัดตอนโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยการตีความว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย