แบไต๋กลโกง! แก๊งอ้างเป็นเจ้ารัฐมอญ ตุ๋นนักลงทุนไทยสูญเงินกว่า 300 ล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังจากกลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกให้ร่วมลงทุนในเมียนมาร์ เข้าให้ข้อมูลรองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมเผยให้วิธีการหลอกลวงของคนร้ายแก๊งนี้ซึ่งใช้วิธีการอ้างตัวเป็นเจ้ารัฐมอญเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้แล้ว 2 คนคือนางสุภัตทา จันทรรังษี หรือหมวย ประธานกรรมการบริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด และนายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการนิตยสารหนังสือพิมพ์ตำรวจพลเมือง ส่วนนายกอว มิน อู ชาวเมียนมาร์ ที่อ้างตัวเป็นเจ้ารัฐมอญ ล่าสุดหลบหนีไปเมียนมาร์

วันนี้ (10 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศกสรรค์ สุมนตรี ประธานสมาพันธ์เพื่อช่วยเหลือชาวมอญ ผู้ประสบภัยตามแนวชายแดน กล่าวถึงนายกอว มิน อู หรือ เทพโยธิน มหาทุน ชาวเมียนมาร์ ที่อ้างเป็นเจ้ารัฐมอญ หลอกลวงนักทุนชาวไทยให้ร่วมก่อสร้างโครงการเมืองมอญ จนสูญเงินไปกว่า 300 ล้านบาท ว่า นายคยอว มิน โอ มีชื่อไทยว่าวิมล เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณเมืองมะริด ประเทศเมียนมาร์ พ่อเป็นแขก แม่เป็นมอญ ต่อมาได้เข้าเมืองไทยเพราะบวชเป็นพระ จนเมื่อถูกจับสึกก็เข้าสู่กระบวนการหลอกลวงอย่างเต็มตัวด้วยการนำพลอยจากเมียนมาร์ มาหลอกขายให้นักธุรกิจชาวไทยโดยหลอกว่าเป็นพลอยศักสิทธิ์ตกทอดมาจากราชวงศ์มอญ

เมื่อเหยื่อรู้ตัวว่าโดนหลอก เขาก็หายหน้าไปก่อนจะกลับอ้างตัวเป็นทหารมอญ หลอกให้ลงทุนทำเหมืองทองและเหมืองแร่ ในรัฐมอญ และจ้างทหารและตำรวจไทยให้ติดตามเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน นายกอว มิน อู อ้างตัวเป็นทหารไทยยศนายพล สวมเครื่องแบบเต็มตัว เดินทางเข้าร่วมงานศพของรองประธานกองทัพมอญโดยมีทหารไทยติดตามไปด้วย แต่ผู้นำมอญ ทราบเรื่องทั้งหมดว่าเป็นแก๊งต้มตุ๋นเลยไล่ให้ออกไปจากพื้นที่ จนล่าสุดเมื่อ 2 ปีก่อนก็เริ่มหลอกลวงกลุ่มทุนชาวไทยด้วยการอ้างตัวว่าเป็นรัชทายาทรัฐมอญ จนกลายเป็นข่าวและถูกออกหมายจับอยู่ในขณะนี้


ส่วนวิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพแก๊งนี้ นายชานนท์ ภู่บุญ ตัวแทนผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเริ่มจากการเข้าไปรู้จักกับ บริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด ซึ่งมีนางสุภัตทา จันทรรังษี หรือหมวย เป็นประธานกรรมการบริษัท จากนั้นมีการชักชวนเข้าร่วมลงทุนก่อสร้าง 78 โครงการเมืองมอญ โดยอ้างว่าได้รับสัมปทานมาจากเจ้าของเมืองเย แห่งรัฐมอญ และหากนายทุนกลุ่มไหนต้องการซื้อสัมปทาน ต้องเขียนแบบส่งบริษัท ฮัจยี กรุ๊ป และจ่ายเงินค่าสัมปทานในราคาหลักแสนบาท ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มนายทุนที่นำเงินไปลงทุน และรอเงินปันผลหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ และ2.กลุ่มบริษัทที่เข้าไปซื้อสัมปทานเพื่อต้องการทำงาน ทั้งการก่อสร้างสนามบิน สนามกอล์ฟ โรงพยาบาล สถานีตำรวจ โรงไฟฟ้า รวมถึงการประปา

จากนั้น บริษัทของนายชานนท์ และพวกรวม 10 บริษัท จ่ายค่าซื้อสัมปทานไปแล้วกว่า 20 ล้านบาท และหากนับรวมกับผู้เสียหายทุกคนคาดว่ามูลค่าความเสียหายทั้งหมดมีมากกว่า 300 ล้านบาท แต่เหล่านักลงทุนก็ยังไม่ได้เริ่มทำงานเสียที ทำให้ นายชานนท์ และพวกเริ่มสงสัยว่าจะโดนโกงหรือไม่ โดยนายชานนท์ เล่าว่า หลังจากจ่ายเงินไปแล้วกว่า 20 ล้านบาททาง บริษัท ฮัจยี กรุ๊ป เรียกเก็บเงินอีก 3 แสนบาท ซึ่งเป็นก้อนสุดท้ายเพื่อนำไปเป็นค่าเปิดทางในการเดินทางเข้ารัฐมอญ แต่กลับพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปบริจาคและไปออกอีเว้นท์รับโล่เกียรติยศ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลวงลวงคนอื่นให้เข้ามาร่วมลงทุนอีก จากนั้นตนจึงถอนตัวออกมาจากธุรกิจนี้ และคอยเตือนเพื่อนหรือนักลงทุนหน้าใหม่ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแก๊งนี้ พร้อมฝากบอกถึงผู้เสียหายรายอื่นให้รีบเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายบางคนที่ถูกหลอกถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวและครอบครัวแตกแยก

ด้านนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ยอมรับว่า วิธีการหลวงลวงของแก๊งนี้ค่อนข้างน่ากลัว เนื่องจากมีการจ้างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และยังมีการใช้สื่อกระแสหลักนำเสนอข่าว รวมถึงมีการสวมใส่เครื่องแบบคล้ายข้าราชการ และการเดินทางไปทำบุญแต่ละครั้งจะไปกันเป็นคณะ จึงทำให้ประชาชนหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

นอกจากนี้ นายสามารถ ยังบอกว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ก็มีการหลอกลวงในลักษณะเดียวกันมาก่อน จึงอยากฝากถึงบุคคลที่เคยตกเป็นผู้เสียหายว่า “อย่าเขิลอาย ทุกคนมีสิทธิถูกหลอกได้หมด ถ้าท่านอายไม่กล้าออกมาเปิดเผยข้อมูลของกลุ่มมิจฉาชีพ จะทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์คนอื่นต้องตกเป็นเหยื่อของแก๊งเหล่านี้ต่อไป”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ