ช่องประดับลวดลายสีเขียว เส้นลวดบัว เสาติดผนัง และเพดานประดับเป็นโค้งซุ้มแหลม เป็นสถาปัตยกรรมแบบ “กอธิค” ที่มีความสวยงาม วิจิตรตระการตา ของพระอุโบสถ “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” พระอารามหลวงชั้นเอกแห่งนี้ ภายในพระอุโบสถ ยังปรากฎพระประธาน คือ “พระพุทธอังคีรส” มีความหมายว่า รัศมีซ่านออกจากพระวรกาย เปรียบดังองค์พระพุทธเจ้ายามประสูติที่มีแสงออกจากพระวรกาย จนเป็นที่กล่าวขาน
โดย “พระพุทธอังคีรส” หล่อขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อต้นรัชกาลที่ 5 ใช้วิธีกระไหล่ทองคำ โดยทองคำหนัก 180 บาท ทองนี้ถือเป็นทองที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นทองที่พระบาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสวมใส่ เมื่อทรงพระเยาว์นำมากระไหล่เป็นส่วนบนขององค์พระ รวมกับทองคำอื่นๆ มาประกอบเป็นฐานล่างขององค์พระ อีก 48 บาท ทั้งนี้ “พระพุทธอังคีรส” สร้างขึ้นตามสมัยนิยมของล้นเกล้า รัชกาลที่ 4 มีลักษณะคล้ายดั่งมนุษย์ แตกต่างจากพระพุทธรูปที่นิยมมาแต่ก่อน โดยจะมีสบงพริ้วบาง เปลวพระเกศมีอุณาโลม หรือ ฉัพพรรณรังสี คือแสงสว่างที่พวยพุ่งออกจากจุดศูนย์กลางเป็น 6 พระรัศมี ซึ่ง “พระพุทธอังคีรส” ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อน จากประเทศอิตาลี ภายใต้ฐานพระประธานแห่งนี้ ยังได้มีการประดิษฐานพระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคารของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์หลายพระองค์
ทั้งนี้ ภายในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ที่นอกจากงดงามวิจิตรตระการตาในสถาปัตยกรรมกอธิคแล้ว ยังผสมผสานงานศิลปะชั้นสูงหลายแขนง ด้วยมีการนำพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 5 ผสมผสานการประดับด้วยตราลัญจกรของแผ่นดินอันทรงคุณค่า อันทรงความหมายลึกซึ้ง สมกับเป็นพระอารามหลวงประจำพระมหากษัตริย์ถึง 2 พระองค์ คือ ในหลวงรัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 7 และยังเป็นพระอารามของสมเด็จพระสังฆราชของแผ่นดินไทย ถึง 3 พระองค์