ประธานาธิบดี โมฮาเหม็ด อับดุลลาฮี ฟาร์มาโจ ของโซมาเลีย ประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน พร้อมสั่งลดธงชาติลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนในกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตพร้อมกันอย่างน้อย 276 คน บาดเจ็บอีกกว่า 300 คน และคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากผู้บาดเจ็บหลายคนอาการสาหัส
เหตุโจมตีดังกล่าว เกิดขึ้น 2 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นด้านนอกของโรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณสี่แยกที่มีอาคารสำนักงานของทางราชการตั้งอยู่มากมาย ส่วนลูกที่สอง เกิดขึ้นในเวลา 2 ชั่วโมงถัดมา บริเวณย่านเมดีน่า ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน
สำหรับรูปแบบการก่อเหตุใกล้เคียงกัน คือ ซุกซ่อนระเบิดจำนวนมากไว้ในรถบรรทุก ก่อนจุดชนวนระเบิด ทั้งนี้ เชื่อว่าเป้าหมายจริงๆ ของคนร้ายคือกระทรวงต่างประเทศที่อยู่ใกล้ๆ แต่เนื่องจากตำรวจได้พบพิรุธและพยายามเข้าสกัดรถบรรทุก คนขับจึงรีบจุดชนวนระเบิดทันที
บรรดาผู้นำโลกและผู้แทนชาติต่างๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา และฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ พร้อมร่วมประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังโจมตีครั้งนี้ ขณะที่ประชาชนราว 2 พันคน ในกรุงโมกาดิชู พากันออกมาเดินขบวนตามท้องถนน โดยมีสัญลักษณ์ คือ ผ้าโพกศีรษะสีแดง เพื่อแสดงพลังต่อต้านเหตุรุนแรงดังกล่าว
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ แต่รัฐบาลโซมาเลียเชื่อว่ากลุ่มอัล-ชาบับ ซึ่งเป็นเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากเหตุรุนแรงที่ผ่านมาในโซมาเลีย ส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือของกลุ่มดังกล่าว ขณะที่แม้ว่าทางตอนเหนือของประเทศจะมีกลุ่มที่เป็นเครือข่ายของกลุ่มไอเอส แต่ก็เชื่อว่าไม่มีศักยภาพที่จะก่อเหตุในระดับนี้ได้
กลุ่มอัล-ชาบับ เป็นกลุ่มที่แยกตัวมาจากกลุ่มกบฏอิสลามเมื่อปี 2003 โดยมีอิทธิพลทางภาคใต้ของโซมาเลีย และมักจะก่อเหตุที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากทั้งภายในประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน โดยสร้างสมอิทธิพลจากสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นจากสงครามกลางเมืองช่วงต้นทศวรรษ 90 และช่องโหว่ของรัฐบาลกลางที่ไร้เสถียรภาพ
สำหรับกลุ่มอัล-ชาบับ มีประวัติก่อเหตุโจมตีด้วยระเบิดโดยมีเป้าหมายเป็นประชาชนในกรุงโมกาดิชูหลายครับ แต่มักจะไม่ออกมาอ้างความรับผิดชอบเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับภาพลักษณ์ของกลุ่มในสายตาชาวโซมาเลียทั่วไป โดยกลุ่มอัล-ชาบับ ถูกขับไล่ออกจากกรุงโมกาดิชูในปี 2011 และเสียดินแดนที่เคยยึดครองจำนวนมากให้กับกองกำลังสันติภาพสหภาพแอฟริกา (AMISOM) และกองทัพรัฐบาล ที่ได้รับการสนับสนุนการโจมตีทางการจากสหรัฐฯ แต่ก็ยังคงเคลื่อนไหวบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด ที่ได้รับเลือกเข้ามาตั้งแต่ปี 2012 และเป็นรัฐบาลใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ
โดยเฉพาะในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กลุ่มอัล-ชาบับ ได้ยกระดับการก่อเหตุโจมตีรุนแรงขึ้น โดยเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ กลุ่มอัล-ชาบับ ได้ก่อเหตุระเบิดรถยนต์พุ่งชนโรงแรมใกล้อาคารรัฐสภา และจุดระเบิดอีกลูกเมื่อรถพยาบาลมาถึงที่เกิดเหตุ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 28 คน ขณะที่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มอัล-ชาบับได้ก่อเหตุสังหารผู้คน 31 คน ในร้านพิซซ่า
สำหรับเหตุโจมตีล่าสุดนี้ เกิดขึ้น 2 วันก่อนที่ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯในภูมิภาคแอฟริกา จะเดินทางมาถึงเพื่อเข้าหารือกับประธานาธิบดีโซมาเลีย ขณะที่กองกำลัง AMISOM เองก็เตรียมทยอยถอนกำลังทหารกว่า 2 หมื่นคน ออกจากโซมาเลีย โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมปีหน้า