การค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงที่เกิดจากการพุ่งเข้าหาและชนกันของดาวนิวตรอน 2 ดวง ครั้งประวัติศาตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงในสหรัฐฯและอิตาลีสามารถตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงในจักรวาลได้เป็นครั้งที่ 5 แต่เพียงอีก 2 วินาทีต่อมา สถานีสังเกตุการณ์ทั้งบนพื้นโลกและในจักรวาลได้ตรวจพบการระเบิดของแสงในรูปแบบของรังสีแกมมาในท้องฟ้าซีกโลกใต้ ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่ามีแหล่งกำเนิดจากจุดเดียวกับที่พบคลื่นความโน้มถ่วง
โดยนักวิทยาศาสตร์ทั้งของสหรัฐฯและยุโรป ระบุว่า คลื่นความโน้มถ่วงที่พบครั้งล่าสุดนี้เป็นผลจากการที่เมื่อ 130 ล้านปีก่อน ดาวที่ตายแล้วซึ่งเป็นดาวนิวตรอน 2 ดวง ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 10 ถึง 20 เปอร์เซนต์ เคลื่อนตัววนรอบกันไปมาอย่างรวดเร็ว จนพุ่งเข้าหากันและเกิดระเบิดในที่สุด
ขณะเดียวกัน การพุ่งเข้าหาและชนกันของดาวนิวตรอน 2 ดวงแบบนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของธาตุหนักทั้งหลายในจักรวาลเช่นทองคำ และ แพลตตินั่ม สำหรับคลื่นความโน้มถ่วงก่อนหน้านี้เป็นเพียงทฤษฎีที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ของ อัลเบิร์ต ไอน์ไสตน์ จนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 หอสังเกตุการณ์ไลโกในสหรัฐฯสามารถตรวจพบคลื่นดังกล่าวได้สำเร็จเป็นครั้งแรก และตรวจพบอีก 3 ครั้ง ในระยะเวลา 1 ปี แต่ทั้งหมดล้วนเกิดจากการชนกันของหลุมดำ 2 หลุม ก่อนที่ในเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จะค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงที่เกิดจากการพุ่งชนกันของดาวนิวตรอนได้เป็นครั้งแรก